Author: Writer

  • รู้จัก “แมกนีเซียม” (Magnesium) แก้ปวดไมเกรน

    -มาทาน “แมกนีเซียม” (Magnesium) เพิ่มภูมิต้านทานไมเกรนกันเถอะ ทางออกสำหรับผู้ป่วยไมเกรน แก้ไมเกรนง่ายๆ ด้วยการทาน “แมกนีเซียม” (Magnesium) ปวดไมเกรน ไม่ต้องพึ่งยา แค่ทาน “แมกนีเซียม” (Magnesium) ทาน “แมกนีเซียม” (Magnesium) ลดไมเกรนได้จริงหรือ? กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะชาวไมเกรน วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันอีกแล้วค่ะ รู้หรือไม่คะ? ว่ามีแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นจากอาการปวดหัวไมเกรนได้ นั่นคือ “แมกนีเซียม” นั่นเองค่ะ  แต่…เอ๊ะ! หลายคนคงสงสัยใช่มั้ยคะว่า เจ้าแมกนีเซียมตัวนี้ มันดีและมีประโยชน์ต่อคนเป็นไมเกรนยังไง วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบด้วยกันค่ะ…ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปกันเลย! “แมกนีเซียม” (Magnesium) คืออะไร? แมกนีเซียม (Magnesium) จัดเป็น 1 ใน 4 ของแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ การคงสภาพของเยื่อหุ้มเซลล์ การทำงานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น  นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังมีส่วนสำคัญกับปฏิกิริยาชีวเคมีอื่นๆ ในร่างกายอีกกว่า 300 กระบวนการ เช่น กระบวนการส่งสัญญาณประสาทหรือการหลั่งสารสื่อประสาทต่างๆ ดังนั้น ร่างกายจึงจำเป็นต้องรักษาระดับแมกนีเซียมไว้ให้คงที่ตลอดเวลา  …

  • 5 อาหารวิเศษเพื่อสุขภาพ แก้อาการไมเกรน-

    -น่ารู้ 5 อาหาร ช่วยรักษาไมเกรน ผู้ป่วยไมเกรนต้องกิน 5 สิ่งนี้ เป็นไมเกรน กินสิ่งนี้ ช่วยคุณได้ แค่กิน 5 สิ่งนี้ ก็แก้ไมเกรนได้ อาการปวดหัวไมเกรนมีแนวทางการรักษาได้หลากลายวิธี ทั้งการใช้ยาเคมีบำบัด การกินยาสมุนไพรรักษา หรือวิธีรักษาทางธรรมชาติบำบัดอื่นๆ เช่น การใช้กลิ่นบำบัด การออกกำลังกายเบาๆ อย่างโยคะ เป็นต้น แต่คุณรู้ไหมคะว่า…การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราไม่ต้องปวดหัวกับไมเกรนได้ค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามมาดูทางนี้เลยค่ะ  ในข้าวกล้องมีสารแมกนีเซียมอยู่ในปริมาณสูงมาก รวมถึงแมงกานีส กรดโฟเลท ซิลิเนียม และธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น จึงช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดไมเกรนได้ การเลือกทานข้างวกล้องแทนข้าวขาวหรือข้าวที่ขัดสีแล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบีสูงกว่าถึง 4 เท่า ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าในข้าวกล้องยังมีสารกาบาที่มีประโยชน์ต่อระบบประสาทและสมองมาก ช่วยแก้อาการลมชัก บรรเทาความเครียด กังวล วิตก แก้อาการนอนไม่หลับ ช่วยรักษาสมดุลภายในสมองให้เกิดความผ่อนคลาย จึงช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนได้ด้วย พบได้มากในธัญพืช เช่น เมล็ดเจีย ซึ่งโอเมก้า 3 จัดอยู่ในประเภทของไขมันชนิดดี ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท…

  • 9 อาหารต้องห้ามของผู้ป่วยไมเกรน

    9 อาหาร ต้องรู้ กระตุ้นปวดไมเกรน ถ้าไม่อยากเป็นไมเกรน งด 9 อาหาร ช่วยรักษาไมเกรนได้ รู้ไหม 9 อาหารนี้ ทำให้คุณเป็นไมเกรนได้มากขึ้น You are What you eat…กินอะไร ก็ได้แบบนั้น คงเป็นคำคุ้นหูที่หลายๆ คนมักได้ยินอยู่เสมอ เพราะการทานอาหารมักเป็นที่มาของสุขภาพที่ดีและแย่ในตัวเรา วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับอาหาร 9 อย่างที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรนค่ะ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ… 1. สารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมพวกสารทดแทนน้ำตาล เครื่องดื่มที่ติดฉลากว่าน้ำตาล 0% เป็นอาหารที่ผู้ป่วยไมเกรนควรหลีกเลี่ยง เพราะอาหารประเภทนี้จะมีส่วนผสมที่เรียกว่า แอสปาร์แตม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการหดตัวของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งถ้ามีการหดตัวเป็นเวลานานๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี เกิดเลือดคั่ง ติดขัด ก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ค่ะ 2. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและกล้วย มีรายงานออกมาแล้วว่าผลไม้ตระกูลซีตรัสหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รวมทั้งกล้วย จะมีสารฮีสตามินและไทรามีนเป็นส่วนประกอบ และเจ้าสารสองชนิดนี้เองที่เป็นตัวการก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ แต่อย่างก็ตาม ควรจะรับประทานวิตามินซีบ้างะเป 3. พิซซ่าและขนมปังพิซซ่าและขนมปังเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของยีสต์ที่ได้จากขนมปัง และสารไทรามีนที่เป็นส่วนประกอบในชีส ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้  4. เนื้อสัตว์แปรรูปและชีสหรือเนยแข็งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แปรรูปหรืออาหารที่มีอายุการเก็บได้นานๆ เช่น ไส้กรอก…

  • จริงหรือไม่? กาแฟช่วยหยุดไมเกรนได้

    – ดื่มกาแฟ ปราบไมเกรนได้จริงหรือ? – รู้หรือไม่? การดื่มกาแฟแก้อาการไมเกรนได้– “กาแฟ” ตัวช่วยหรือตัวการก่อไมเกรน ?– เรื่องน่ารู้ของผู้ป่วยไมเกรนกับการดื่มกาแฟ เป็นที่ถกเถียงกันมากเลยนะคะ สำหรับประเด็นที่ว่า กาแฟช่วยรักษาอาการไมเกรนได้จริงไหม? เพราะหลายๆ คน เมื่อมีอาการปวดหัวก็เลือกที่จะทานกาแฟ แล้วพบว่าอาการดีขึ้น แต่ในขณะที่บางคนกลับมีอาการแย่ลงกว่าเดิม ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ? วันนี้เราไปค้นหาคำตอบมาให้คุณแล้วค่ะ กาแฟ : ตัวช่วยแก้ไมเกรน หรือ ตัวการก่อไมเกรน กันแน่? คำตอบ คือ กาแฟ เป็นทั้งตัวช่วยแก้อาการปวดไมเกรน และเป็นทั้งตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ทั้งคู่ค่ะ เพราะในกาแฟจะมีสาร Vasoconstrictive และ คาเฟอีน อยู่ ซึ่งคาเฟอีนตัวนี้มีฤทธิ์ไปกระตุ้นให้หลอดเลือดในร่างกายเกิดการขยายและหดตัว ส่งผลให้ให้เลือดในร่างกายสูบฉีดได้ดีขึ้น เพราะอาการปวดหัวไมเกรนนั้นเกิดมาจากภาวะที่หลอดเลือดในสมองขยายตัวมากกว่าปกติ เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก จนก่อให้เกิดอาการบวมอักเสบตามมา  แต่คาเฟอีนจากกาแฟจะมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดที่กำลังขยายตัวผิดปกติ ให้กลับมาหดตัวอยู่ในภาวะปกติ ทำให้ลดอาการปวดไมเกรนได้  ถ้าใครเป็นผู้ป่วยไมเกรนที่ใช้ยาเคมีกลุ่มเออร์โกทามีน (Ergotamine) ในการรักษา ลองสังเกตที่ส่วนประกอบของตัวยาดูนะคะ จะระบุว่าจะมีคาเฟอีน 100 มิลลิกรัม ผสมอยู่ในยา Ergotamine Tartrate ขนาด…

  • Aimovig กู้อาการไมเกรน

    -แพทย์แผนใหม่กับยา Aimovig ความหวังของผู้ป่วยไมเกรน น่ารู้กับยา Aimovig ยารักษาไมเกรนในแพทย์แผนปัจจุบัน Aimovig ยาใหม่ ใช้รักษาไมเกรนได้ Aimovig ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยไมเกรน ดังที่เราทราบกันดีว่า ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เรายังไม่พบตัวยาที่รักษาอาการไมเกรนให้หายขาดได้ด้วยตัวยาเคมี มีเพียงกลุ่มยาบางตัวที่สามารถใช้เพื่อยับยั้งอาการเบื้องต้น หรือลดปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการขึ้นได้เท่านั้น เช่น กลุ่มยากันชัก กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า เป็นต้น แต่เมื่อปี 2561 ได้มีการศึกษาวิจัยตัวยาเคมีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง ที่พบว่ามันมีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยยับยั้งอาการไมเกรนไม่ให้เกิดขึ้นได้ โดยมีผลข้างเคียงที่น้อยมาก ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Food and Drug Administration: FDA) ว่าสามารถใช้รักษาอาการไมเกรนได้จริง คือ ยา Aimovig วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับยาเคมีตัวนี้ดูกันค่ะ… Aimovig ยาป้องกันไมเกรน ยา Aimovig (อิโมวิก) เป็นยาเคมีชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนังตามหลักแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งผลิตโดยบริษัทยา Novartis ที่มีชื่อเสียง และได้รับการรับรองจาก FDA เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ว่าสามารถใช้รักษาอาการปวดไมเกรนได้จริงในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทยเมื่อวันที่…

  • ตาแพ้แสง (Photophobia) สำแดงไมเกรน

    ภาวะตาแพ้แสง  (Photophobia) เป็นอาการที่เกิดจากดวงตาสู้ไม่สามารถสู้แสงได้ โดยเฉพาะแสงจ้าจากพระอาทิตย์ แสงจากหลอดไฟ หรือแม้แต่แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน  แล้วยิ่งเมื่ออยู่กลางแดดไปสักพัก หรือเจอแสงจ้ามากๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากจะตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้แล้ว หลายคนมักเกิดอาการปวดหัว ปวดไมเกรนตามมาด้วย  ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ผู้ป่วยไมเกรนเป็นบุคคลที่มีประสาทการรับรู้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่ไวกว่าคนอื่น โดยเมื่อผู้ป่วยไมเกรนสัมผัสกับแสงจ้ามากๆ เป็นเวลานานๆ เซลล์ประสาทบริเวณจอประสาทตา (Retinal Ganglion Cell: RGC) จะค่อยๆ ถูกกระตุ้นตามไปด้วย  จากนั้นจะส่งสัญญาณบางอย่างไปที่สมองส่วนทาลามัส ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บปวด (Trigeminovascular System) กระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บปวดตามมาได้ในที่สุด  นอกจากนี้รังสีอุลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet Radiation) จากแสงอาทิตย์ ยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีของไมเกรน เพราะมันทำให้ชั้นผิวหนังของคนเราหลั่งสารเคมีออกมา กระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวมากกว่าปกติ และเกิดอาการอักเสบเจ็บปวดขึ้นมาได้  ยิ่งแสงจ้ามากเท่าไร ไม่เกรนก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แถมยังทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากมากขึ้นด้วย เรียกว่า more and more เลยทีเดียวค่ะ ปกป้องดวงตา แก้อาการไมเกรน ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่อาจหลีกเลี่ยงแสงจ้าหรือแสงแดดได้ในทุกวัน มันต้องมีบ้างบางครั้งที่เราต้องออกไปอยู่กลางแดด ดังนั้น เราจึงต้องหมั่นเตือนตนเองให้ดูแลรักษาสายตาให้ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ…

  • “แสงแดด” ผู้ก่อการปวดไมเกรน

    – “แสงแดด” ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่ไม่ควรมองข้าม – “แสงแดด” ชาวไมเกรนไม่ถูกใจสิ่งนี้– “แสงแดด” กระตุ้นไมเกรนได้จริงไหม ?– หลบแดด หลบไมเกรน!– แก้ปวดไมเกรน ให้หลบแดดจ้า!!!– กันแดด แก้ไมเกรน กันไมเกรนได้ ชาวไมเกรนเคยสงสัยกันบ้างไหมคะ ว่าทำไมอากาศร้อน แดดจ้าทีไร ปวดหัวทุกที วันนี้เรามีคำตอบให้ทุกคนค่ะ… 80% ของอาการปวดไมเกรน เกิดจากแสงแดด จริงๆ แล้ว แสงแดด เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญตัวหนึ่ง ที่ทำให้อาการปวดไมเกรนกำเริบขึ้นได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ (Photophobia)  และมีการศึกษามาแล้วว่า ผู้ปวดไมเกรนมากถึง 80% มักมีอาการปวดหัวเมื่อต้องเจอแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ เนื่องจากความร้อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะสภาพอากาศที่ร้อนส่งผลให้หลอดเลือดในสมองขยายตัวมากขึ้น ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่มีความเกี่ยวข้องกับประสาทรับรู้ความเจ็บปวด คือ  ฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ออกมามากขึ้น  เมื่อใดก็ตามที่ระดับบเซโรโทนินในร่างกายสูงขึ้น ก็จะส่งผลการมองเห็นของคนเราผิดเพี้ยนไป บางคนอาจมีอาการตาพร่า มองเห็นๆได้ไม่ชัด เห็นลำแสงเป็นเส้นบิดไปมาสลับกัน บางคนอาจเห็นภาพบางส่วนเป็นภาพมืด หรือไม่มีสี แล้วพอถึงจุดหนึ่งที่เซโรโทนินลดต่ำลง หลอดเลือดสมองก็จะหดรัดและคลายตัวลงในระดับที่มากกว่าปกติ เป็นผลให้เกิดอาการปวดหัวหรือปวดไมเกรนตามมานั่นเอง  ป้องกันแสงแดด แก้อาการไมเกรนกันเถอะ…

  • จริงหรือไม่ ? ครอบแก้วรักษาไมเกรนได้

    – ครอบแก้ว การแพทย์ทางเลือกที่คนเป็นไมเกรนต้องรู้ ครอบแก้ว สุดยอดแพทย์ทางเลือกสำหรับคนเป็นไมเกรน ทางเลือกใหม่น่ารู้ ช่วยรักษาไมเกรน ความลับศาสตร์การครอบแก้ว รักษาไมเกรนได้ หลายๆ คน คงเคยได้ยินการแพทย์ทางเลือกด้วยวิธีการครอบแก้วใช่ไหมคะ ที่หมอจะเอาแก้วร้อนๆ มาวางครอบบนผิวหนังของเรา แล้วมันก็จะค่อยๆ ดูดเนื้อหนังของเราขึ้นมา เป็นรอยจ้ำๆ สีแดงๆ ใหญ่ๆ นึกภาพตามก็ว่าน่ากลัวแล้วจริงไหมคะ? แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะการครอบแก้วไม่ได้ส่งผลเสียหรือก่อความอันตรายร้ายแรงใดๆ ให้เราขนาดนั้น มันเพียงแค่ทิ้งรอยจ้ำๆ ไว้ตามร่างกาย และจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ที่สำคัญยังมีการศึกษามาแล้วว่า การครอบแก้ว ช่วยรักษาอาการปวดไมเกรนได้ด้วยนะคะ…ลองมาศึกษาข้อมูลนี้กันดู ครอบแก้ว (Cupping Therapy) คืออะไร? ว่ากันว่า การรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการครอบแก้ว หรือการครอบกระปุก (Cupping Therapy) นั้น เกิดขึ้นมานานนับพันปีแล้ว โดยเป็นศาสตร์เก่าแก่ของวงการแพทย์แผนจีนที่เล่าลือกันว่าเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการฝังเข็ม มีหลักฐานปรากฏการรักษาโรคด้วยการครอบแก้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น หรือเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้ว  การครอบแก้วสามารถใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้มากมาย เช่น ทุเลาอาการอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บปวด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้สมดุล ทำให้เลือดไม่คั่ง…

  • พลังนิ้วกดจุด ช่วยหยุดไมเกรน

    – แพทย์แผนจีนชวนกดจุด หยุดยั้งไมเกรนได้ กด 3 จุด รักษาไมเกรน กดจุดสะท้อนนิ้ว ลดอาการปวดหัวไมเกรน การกดจุดสะท้อนช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ ซึ่งมีทั้งการกดจุดที่บริเวณรอบศีรษะ การกดจุดที่ปลายนิ้วเท้าค่ะ วันนี้เราจะมาเพิ่มจุดกดสะท้อนอีกบริเวณหนึ่งเพื่อช่วยลดอาการไมเกรนให้คุณค่ะ นั่นคือ การกดจุดที่บริเวณมือของเรานั่นเอง มากดจุดสะท้อนที่นิ้ว หยุดยั้งอาการไมเกรนกันเถอะ จุดที่ 1 : จุดเหอกู่ จุดเหอกู่ จะอยู่ที่บริเวณง่ามมือระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ หากลองงุ้มมือขึ้นให้นิ้วชิดติดกัน จะพบจุดที่นูนที่สุดขึ้นมา ตรงนั้น คือ จุดเหอกู่  การกดที่จุดเหอกู่ ให้กดเป็นจังหวะ คือ กดแล้วปล่อยไปเรื่อยๆ ประมาณ 1-2 นาที กดให้เกิดความรู้สึกตื้อๆ ตึงๆ หนักๆ ที่บริเวณนั้น ช่วยให้การเคลื่อนไหวของลมปราณในร่างกายไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ปรับสมดุลของการหลั่งสารสื่อประสาทในร่างกาย เช่น เอ็นโดรฟิน ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขขึ้น ลดอาการเจ็บปวดไมเกรนลงได้ จุดที่ 2 : จุดเสินเหมิน จุดเสินเหมิน อยู่บริเวณข้อมือ ตรงกับนิ้วก้อย วิธีการกดคือ ให้กดคลึงเบาที่ตำแหน่งนี้…