คนเป็นไมเกรนต้องระวัง! “ปวดหัวเรื้อรัง” เพราะใช้ยามากไป
อาการปวดหัวไมเกรนเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับใครหลายๆ คน บางคนจึงพยายามหาวิธีหยุดความทรมานที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีหนึ่งที่ใช้กันมากคือการรับประทานยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการอย่างรวดเร็วค่ะ แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า บางครั้งแม้จะทานยาแก้ปวดแล้วก็ตาม แต่อาการปวดหัวไมเกรนไม่ได้หาย หนำซ้ำยังดูจะเป็นหนักมากขึ้นกว่าเดิมอีก นั่นอาจเป็นอาการที่กำลังบ่งบอกว่า เพื่อนๆ มี “อาการปวดหัวเพราะใช้ยาเกินขนาด” ก็เป็นได้ค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคนี้กันค่ะ… “โรคปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด” คืออะไร? อาการปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Medication Overuse Headache (MOH) เป็นอาการปวดหัวเรือรังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดติดต่อเป็นเวลานาน จนอาการปวดหัวนั้นไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา และอาการมักจะเป็นอยู่แบบเดิมและมีแนวโน้มที่จะปวดรุนแรงมากขึ้นค่ะ ผู้ที่เป็นไมเกรนเสี่ยง “ปวดหัวมากขึ้น” เพราะใช้ยาเกินขนาด ผู้ป่วยไมเกรนเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปวดหัวเรื้อรังเนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอลหรือยาในกลุ่ม NSAIDs โดยใช้มากกว่า 15 วัน ใน 1 เดือน และต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาเพื่อป้องกันหรือยับยั้งอาการปวดหัวไมเกรนอย่าง กลุ่มยาทริปแทน (Triptans) และกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ติดต่อกันมากกว่า 10 วัน ใน 1 เดือน เป็นเวลานานต่อเนื่องกัน…
