จริงหรือไม่ ครอบแก้วรักษาไมเกรนได้

จริงหรือไม่ ? ครอบแก้วรักษาไมเกรนได้

ครอบแก้วรักษาไมเกรนได้

– ครอบแก้ว การแพทย์ทางเลือกที่คนเป็นไมเกรนต้องรู้ ครอบแก้ว
สุดยอดแพทย์ทางเลือกสำหรับคนเป็นไมเกรน ทางเลือกใหม่น่ารู้ ช่วยรักษาไมเกรน ความลับศาสตร์การครอบแก้ว รักษาไมเกรนได้

หลายๆ คน คงเคยได้ยินการแพทย์ทางเลือกด้วยวิธีการครอบแก้วใช่ไหมคะ ที่หมอจะเอาแก้วร้อนๆ มาวางครอบบนผิวหนังของเรา แล้วมันก็จะค่อยๆ ดูดเนื้อหนังของเราขึ้นมา เป็นรอยจ้ำๆ สีแดงๆ ใหญ่ๆ นึกภาพตามก็ว่าน่ากลัวแล้วจริงไหมคะ?

แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะการครอบแก้วไม่ได้ส่งผลเสียหรือก่อความอันตรายร้ายแรงใดๆ ให้เราขนาดนั้น มันเพียงแค่ทิ้งรอยจ้ำๆ ไว้ตามร่างกาย และจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ที่สำคัญยังมีการศึกษามาแล้วว่า การครอบแก้ว ช่วยรักษาอาการปวดไมเกรนได้ด้วยนะคะ…ลองมาศึกษาข้อมูลนี้กันดู

ครอบแก้ว (Cupping Therapy) คืออะไร?

ครอบแก้วสามารถใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

ว่ากันว่า การรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการครอบแก้ว หรือการครอบกระปุก (Cupping Therapy) นั้น เกิดขึ้นมานานนับพันปีแล้ว โดยเป็นศาสตร์เก่าแก่ของวงการแพทย์แผนจีนที่เล่าลือกันว่าเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการฝังเข็ม มีหลักฐานปรากฏการรักษาโรคด้วยการครอบแก้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น หรือเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้ว 

การครอบแก้วสามารถใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้มากมาย เช่น ทุเลาอาการอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บปวด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้สมดุล ทำให้เลือดไม่คั่ง กระตุ้นระบบประสาทและฮอร์โมน ขับพิษออกจากร่างกาย รวมไปถึงช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ 

โดยวิธีการครอบแก้วนั้น จะต้องนำแก้วที่มีรูปร่างเฉพาะตัวสำหรับทำการครอบแก้วโดยเฉพาะมาลนไฟให้ร้อน เพื่อไล่อากาศออก จากนั้นมาวางครอบไว้บนผิวหนังของผู้ป่วย ซึ่งจะมีแรงดูดสูญญากาศดูดกล้ามเนื้อหรือผิวหนังบริเวณที่ครอบขึ้นมา และทำให้เกิดเลือดคั่งในบริเวณนั้น 

วิธีการครอบแก้ว

ในสมัยโบราณจะใช้เขาสัตว์มาขึ้นรูปให้มีลักษณะคล้ายกับถ้วยแลัวครอบแทนแก้ว ต่อมาได้พัฒนามาใช้ไม้ไผ่และเซรามิก จนในปัจจุบันมีการผลิตแก้วครอบโดยเฉพาะขึ้นมา โดยมีลักษณะกลมๆ ด้านหนึ่งเหมือนลูกบอล อีกด้านหนึ่งมีลักษณะเปิดเพื่อใช้ครอบลงบนผิวหนังนั่นเอง

การครอบแก้วทะลวงเส้นลมปราณ รักษาไมเกรน

ศาสตร์ในทางการแพทย์แผนจีนกล่าวว่า โรคภัยไข้เจ็บหลายๆ โรคเกิดจากการติดขัดของลมปราณในร่างกาย หรือที่เรียกว่า “ชี่” ไหลเวียนได้ไม่สะดวก 

อาการปวดไมเกรนก็เช่นเดียวกัน ที่สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดเลือด “ชี่” ที่คั่งหรือติดขัดอยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง และไม่สามารถไหลขึ้นไปเลี้ยงสมองได้ จึงทำให้หลอดเลือดทำงานหนัก บีบรัด หดและและขยายตัวมากขึ้น จนเกิดเป็นอาการเจ็บอักเสบตามมา และส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวในท้ายที่สุด

ครอบแก้วทะลวงเส้นลมปราณ

โดยหลักการของการครอบแก้ว จะไปกระตุ้นกลไกการอักเสบเฉพาะที่และเพิ่มการไหลเวียนของนำ้เหลือง และมีผลต่อการหลั่งสารสื่อประสาทและกระตุ้นปลายประสาทที่รับสัมผัสต่างๆ บางชนิดได้ มีทำให้อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นลดน้อยลง จึงทำให้แพทย์แผนจีนใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาอาการปวดไมเกรน

การครอบแก้วช่วยบำบัดรักษาอาการติดขัดของ “ชี่” ให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น เรียกว่าทะลวงเส้นลมปราณให้เลือดลมเดินทางสะดวกมากขึ้น ช่วยปรับสมดุลของระบบการหมุนเวียนของเลือดและการคลายตัวและหดตัวของหลอดเลือด ลดความตึงตัวของหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้เป็นปกติ ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ เหมาะกับการรักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังต่างๆ รวมถึงไมเกรนได้

โดยเมื่อทำการครอบแก้วแล้ว ผิวของจะเป็นจ้ำๆ สีแดงตามวงแก้ว ซึ่งผิวของผู้ป่วยไมเกรนที่ทำการครอบแก้วมักพบว่าสีออกแดงเข้มและอาจมีจุดม่วงๆ กระจายอยู่ นั่นบ่งบอกว่าร่างกายมีอาการเลือดคั่ง ลมปราณหรือชี่ติดขัด (Toxins Accumulation) เลือดอยู่ในระดับที่พร่องลงกว่าปกติ ร่างกายมีพลังงานลดลง (Qi & Blood Deficiency) ตามไปด้วย ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองหรือส่งไปยังศีรษะได้ไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดการหดรัดที่ผิดปกติของหลอดเลือด และเกิดอาการปวดหัวตามมา

อุปกรณ์ที่ใช้ในการครอบแก้ว

อุปกรณ์ที่ใช้ในการครอบแก้วมีหลายแบบ ได้แก่

อุปกรณ์ที่ใช้ในการครอบแก้ว
  1. กระปุกแก้ว เป็นรูปแบบของแก้วที่นิยมใช้กันมากที่สุด
  2. กระปุกที่ปั้นหล่อจากดินเหนียวหรือกระปุกเซรามิค ปั้นหล่อขึ้นรูปให้มีลักษณะเป็นปากกลมๆ กระปุกใหญ่ ผิวด้านในลื่นและเรียบ
  3. กระปุกไม้ไผ่ ทำจากไม้ไผ่แก่ นำมาตัดปลายเส้นหนึ่งให้เป็นปากแก้ว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-5 ซม. ส่วนปลายอีกด้านเป็นตัวแก้ว มีความยาวประมาณ 8-10 ซม.

วิธีการครอบแก้ว

แพทย์ผู้ทำการรักษาด้วยวิธีการครอบแก้ว จะใช้ดุลยพินิจเลือกรูปแบบการครอบแก้วที่เหมาะสมกับผู้ป่ายแต่ละรายไป เนื่องจากว่าอาการเจ็บป่วยนั้นมีความรุนแรงแตกต่างกัน 

ขั้นตอนการครอบแก้ว จะเริ่มต้นจากการนำถ้วยแก้วมาเพิ่มอุณหภูมิโดยการทำให้ร้อน เพื่อไล่อากาศภายในถ้วยแก้วออกให้หมด บางครั้งอาจใช้สมุนไพร กระดาษจุดไฟ หรือแอลกอฮอล์จุดไฟใส่เข้าไปในถ้วยแก้ว เมื่อความร้อนเพิ่มขึ้นจนเกิดเป็นภาวะสูญญากาศ และได้อุณหภูมิความร้อนตามที่ต้องการแล้วจึงนำแก้วออก แล้วนำไปวางตามจุดต่างๆ ของร่างกาย

แก้วที่ร้อนและไม่มีอากาศภายใน เมื่อวางบนผิวหนังของคนเรา จะดูดเอาผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณที่ถูกครอบขึ้นมา และผิวหนังบริเวณนั้นจะกลายเป็นรอยสีแดงวงกลมๆ ตามลักษณะของปากแก้ว เนื่องจากหลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นเพราะถูกแรงดัน

โดยทั่วไปการครอบแก้วมี 2 วิธี ได้แก่

การครอบแก้วแบบเปียกหรือวิธีครอบแก้วแบบกระปุกน้ำ


1. การครอบแก้วแบบเปียกหรือวิธีครอบแก้วแบบกระปุกน้ำ
ส่วนมากใช้กับกระปุกที่ทำจากไม้ไผ่ โดยนำกระปุกไปแช่น้ำร้อน
ใช้คีมหนีบขึ้นมาและสลัดน้ำออกให้หมด แล้วนำไปครอบลงบนผิวหนัง เพื่อควบคุมการไหลเวียนของเลือด ใช้ระยะเวลาในการครอบสั้นๆ เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น

 

การครอบแก้วแบบแห้งหรือวิธีครอบแก้วดูดอากาศ


2. การครอบแก้วแบบแห้งหรือวิธีครอบแก้วดูดอากาศ ใช้แก้วเฉพาะสำหรับดูดอากาศ เช่น กระปุกแก้ว กระปุกดินเหนียว ดูดกล้ามเนื้อหรือผิวหนังขึ้นมาเท่านั้น โดยจะใช้เวลาในการครอบประมาณ 5-10 นาที 




ภายหลังจากที่ครอบแก้วเสร็จตามเวลา แพทย์จะนำแก้วออก และบางครั้งอาจกรีดรอยแผลเล็กๆ ไว้ เพื่อระบายเลือดที่คั่งเสียนั้นออกมา แล้วทำความสะอาดบริเวณที่กรีดเป็นแผลไว้ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการติดเชื้อตามมา ไม่ต้องตกใจไปนะคะ…รอยแผลพวกนี้จะเล็กมากๆ และ 10 วัน แผลก็จะหายได้เองค่ะ

เทคนิคการครอบแก้ว

รอยฟกช้ำจาการครอบแก้ว

เทคนิคการครอบแก้วแต่ละแบบ ขึ้นอยู่กับวิธีที่ผู้ทำการรักษาแต่ละท่านจะชำนาญ ได้แก่

  1. การครอบแก้วแบบกระปุกวิ่งหรือเดินถ้วย ส่วนมากจะใช้เป็นกระปุกแก้ว และใช้ในบริเวณที่มีมัดกล้ามเนื้อเยอะ เช่น บริวเณหลัง เอว ลดอาการชา หรืออาการเจ็บปวดต่างๆ ช่วยทะลวงเส้นลมปราณ โดยนวดทาน้ำมันหรือวาสลีนลงบนผิวเพื่อให้เกิดความลื่นก่อน แล้วนำแก้วมาครอบบนผิวหนัง ขยับแก้วไปตามจุดต่างๆ ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการลมปราณหรือชี่ติดขัดขัด มีอาการเจ็บปวดในบริเวณกว้าง เช่น ผู้ป่วยไมเกรน
  1. การครอบแก้วแบบดึงออกเร็วๆ หรือการครอบแก้วกระพริบ หรือที่เรียกว่าส่านกระปุก ส่วนมากใช้รักษาอาการชาและปวดที่บริเวณผิวหนัง โดยทำการครอบแก้วแล้วดึงออกทันที ทำซ้ำไปมาหลายๆ ครั้ง จนผิวที่มีอาการชาหรือเจ็บปวดเกิดเป็นรอยสีแดง
  1. การครอบแก้วแบบเปียก หรือครอบแต่ละครั้งประมาณ 5-10 นาที ใช้รักษาอาการปวดเฉพาะจุดที่มีอาการ
  1. การครอบแก้วที่ใช้ร่วมกับการฝังเข็ม โดยฝังเข็มลงไปที่จุดฝังเข็มก่อน แล้วนำแก้วมาครอบลงไปอีกทีที่จุดนั้น โดยให้เข็มอยู่ที่จุดศูนย์กลางของแก้ว ใช้รักษาอาการปวดจากโรคลมชื้น
  1. การครอบแก้วแบบกระปุกปล่อยเลือด ใช้เข็มดอกเหม่ยที่มีลักษณะหนา เจาะปล่อยเลือดออกมาก่อนตามจุดตำแหน่งที่เกิดอาการเจ็บปวด แล้วนำแก้วมาครอบบริเวณที่เจาะเพื่อกระตุ้นการปล่อยเลือดที่คั่งออกมา
  1. การครอบแก้วร่วมกับการฝังเข็มปลอดเชื้อ ใช้รักษาอาการฝีหนอง อาการเคล็ด ยอก ปวดเมื่อย
  1. การครอบแก้วแบบกระปุกเดียว มักใช้รักษาอาการปวดในจุดเล็กๆ หรือจุดกดเจ็บตามร่างกาย
  1. การครอบแก้วแบบหลายกระปุก ใช้รักษาอาการปวดในบริเวณกว้าง

โรคอื่นๆ ที่รักษาได้ด้วยการครอบแก้ว

โรคอื่นๆ ที่รักษาได้ด้วยการครอบแก้ว

ปัจจุบัน มีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคต่างๆ ด้วยการครอบแก้วจำนวนหนึ่ง และระบุว่าวิธีนี้สามารถใช้รักษาโรคได้หลากหลาย ถึงแม้จะไม่ได้ครอบคลุมทุกกลุ่มโรค แต่ก็นับว่ามีประโยชน์ในการบำบัดรักษาด้วยแพทย์ทางเลือก ช่วยลดหรือหลีกเลี่ยงการรักษาโดยการใช้ยาเคมีแต่เพียงทางเดียวเท่านั้น

โดยโรคที่ทางการแพทย์แผนจีนกล่าวว่าการครอบแก้วสามารถรักษาได้ เช่น

  • โรคผิวหนัง เช่น สิว งูสวัด ผิวหนังอักเสบ 
  • โรคเกี่ยวกับเลือด เช่น ความดันเลือดสูง เส้นเลือดขอด หลอดเลือดบวมจากโรคหืดหรือภูมิแพ้ โรคโลหิตจาง โรคเลือดออกง่ายแต่หยุดยาก (โรคฮีโมฟิเลีย)
  • โรคเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง เช่น ไมเกรน ภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตที่บริเวณใบหน้า โรคเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล
  • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดบวมหรืออักเสบ หอบหืด ภูมิแพ้อากาศ หลอดลมอักเสบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน
  • โรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ เช่น ภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม โรคปวดกล้ามเนื้อและข้ออักเสบต่างๆ  หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 
  • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อย กรดในกระเพาะอาหาร กระเพาะอักเสบ

ข้อควรระวังเมื่อครอบแก้ว

แผลจากการครอบแก้วไม่สะอาด
  1. ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษาด้วยการครอบแก้ว เนื่องจากการครอบแก้วอาจไม่เหมาะต่อผู้ที่ป่วยบางโรค และการรักษาต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
วัยชรา ครอบแก้ว
  1. วัยชรา ผู้ป่วยโรคหัวใจ มะเร็งระยะลุกลาม กระดูกหัก หรือผู้ที่มีภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน (Deep Vein Thrombosis) หากใช้วิธีการครอบแก้ว ต้องปรึกษาแพทย์และระมัดระวังในการรักษา เพราะการครอบแก้วจะทำให้ผิวหนังเกิดการบวมและปวด และอาจทำให้โรคหัวใจหรือโรคที่เป็นอยู่กำเริบขึ้นได้
  1. ผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องห้ามทำการครอบกระปุกที่บริเวณท้องหรือเอว เพราะจะทำให้เกิดแรงดูดและอาจแท้งได้
  1. ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรครอบแก้วนานเกินไป ซึ่งโดยทั่วไปมักครอบแก้วไม่เกิน 8 นาที เพื่อป้องกันการเกิดตุ่มน้ำพุพองขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อจากแผลได้

5. ผู้ที่มีภาวะพร่องของธาตุในร่างกาย ไม่ควรใช้วิธีครอบแก้วในการรักษา เพราะจะยิ่งระบายธาตุออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดภาวะพร่องมากขึ้นไปอีก

มีผลข้างเคียงตามมาหลังการครอบแก้ว

6. อาจมีผลข้างเคียงตามมาหลังการครอบแก้วได้ รอยแผลจ้ำๆ แดงๆ หรือรอยฟกช้ำ อาการระคายเคือง แสบที่ผิวหนัง หรือเกิดแผลไหม้เนื่องจากความร้อน 

7. ระหว่างการครอบแก้ว อาจเกิดอาการเวียนศีรษะ เหงื่อซึมออก หรืออาจมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมได้

  1. เลือกสถานที่รักษาที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีการรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์บางอย่าง เช่น มีดที่ใช้กรีดรอยแผลต้องเป็นแบบใช้แล้วทิ้งเท่านั้น และอุปกรณ์ครอบแก้วที่ใช้ เมื่อใช้ครบ 5 ครั้ง ต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อ 
  2. ผู้ป่วยที่ทำการรักษาจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคบางชนิด โดยเฉพาะโรคที่สามารถติดต่อทางเลือด เช่น โรคเอชไอวี (HIV) หรือโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น
 รอยแผลจ้ำๆ แดงๆ หรือรอยฟกช้ำ
  1. ก่อนทำการครอบแก้วให้รับประทานก่อนอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
    ผู้ที่มีโรคประจำตัวสามารถทานยาได้ตามปกติ 
  1. หลังทำการครอบแก้ว ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น การอยู่ในห้องแอร์ หรืออาบน้ำทันที เพราะอาจทำให้รางกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน และเกิดอาการอ่อนเพลียได้  

การครอบแก้วอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคไมเกรน แต่ทั้งนี้ การจะหายจากอาการปวดหัวหรือทุเลาอาการให้เบาบางลง หรือป้องกันไม่ให้อาการกำเริบนั้น ยังต้องทำควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมของเรา และอาจใช้วิธีทางธรรมชาติบำบัดอื่นๆ เช่น โยคะ การนวดกดจุด ร่วมด้วย ก็จะยิ่งทำให้อาการไมเกรนของเราห่างหายไปได้ค่ะ…