จริงหรือไม่? กาแฟช่วยหยุดไมเกรนได้

– ดื่มกาแฟ ปราบไมเกรนได้จริงหรือ?
– รู้หรือไม่? การดื่มกาแฟแก้อาการไมเกรนได้
– “กาแฟ” ตัวช่วยหรือตัวการก่อไมเกรน ?
– เรื่องน่ารู้ของผู้ป่วยไมเกรนกับการดื่มกาแฟ
เป็นที่ถกเถียงกันมากเลยนะคะ สำหรับประเด็นที่ว่า กาแฟช่วยรักษาอาการไมเกรนได้จริงไหม? เพราะหลายๆ คน เมื่อมีอาการปวดหัวก็เลือกที่จะทานกาแฟ แล้วพบว่าอาการดีขึ้น แต่ในขณะที่บางคนกลับมีอาการแย่ลงกว่าเดิม ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ? วันนี้เราไปค้นหาคำตอบมาให้คุณแล้วค่ะ
กาแฟ : ตัวช่วยแก้ไมเกรน หรือ ตัวการก่อไมเกรน กันแน่?

คำตอบ คือ กาแฟ เป็นทั้งตัวช่วยแก้อาการปวดไมเกรน และเป็นทั้งตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ทั้งคู่ค่ะ
เพราะในกาแฟจะมีสาร Vasoconstrictive และ คาเฟอีน อยู่ ซึ่งคาเฟอีนตัวนี้มีฤทธิ์ไปกระตุ้นให้หลอดเลือดในร่างกายเกิดการขยายและหดตัว ส่งผลให้ให้เลือดในร่างกายสูบฉีดได้ดีขึ้น เพราะอาการปวดหัวไมเกรนนั้นเกิดมาจากภาวะที่หลอดเลือดในสมองขยายตัวมากกว่าปกติ เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก จนก่อ
ให้เกิดอาการบวมอักเสบตามมา
แต่คาเฟอีนจากกาแฟจะมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดที่กำลังขยายตัวผิดปกติ ให้กลับมาหดตัวอยู่ในภาวะปกติ ทำให้ลดอาการปวดไมเกรนได้
ถ้าใครเป็นผู้ป่วยไมเกรนที่ใช้ยาเคมีกลุ่มเออร์โกทามีน (Ergotamine) ในการรักษา ลองสังเกตที่ส่วนประกอบของตัวยาดูนะคะ จะระบุว่าจะมีคาเฟอีน 100 มิลลิกรัม ผสมอยู่ในยา Ergotamine Tartrate ขนาด 1 มิลลิกรัมค่ะ
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมว่า คาเฟอีน จะไปหยุดการทำงานของคู่รับสื่อเคมีอะดีโนซีน (Adenosine) ที่ก่อให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือดในระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อทานคาเฟอีนเข้าไปมันจะไปเบรกการทำงานของอะดีโนซีน ทำให้เส้นเลือดหดตัวลดลง อาการเจ็บปวดอักเสบน้อยลง ทำให้อาการปวดศีรษะทุเลาลงได้

การดื่มกาแฟจะช่วยรักษาอาการปวดไมเกรนได้ ต้องดื่มในปริมาณที่พอดี
และเหมาะสม และดื่มให้ถูกเวลา ไม่เช่นนั้น มันจะกลายเป็นตวกระตุ้นชั้น
ดีที่ก่อให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ค่ะ
หลายๆ คน เลือกดื่มกาแฟในตอนเช้าเพราะอยากให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า บางคนเลือกที่จะดื่มกาแฟโดยไม่รับประทานอาหารเช้า
รู้ไหมคะว่า…คุณกำลังทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวอยู่ค่ะ!
เพราะกาแฟทำให้เลือดสูบฉีดมากขึ้น เลือดเกิดจากสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งถูกย่อยและถูกดูดซึมในระบบลำไส้ แต่ถ้าเราเลือกที่
จะทานกาแฟในขณะที่ท้องว่าง ร่างกายยังไม่ได้รับสารอาหารใดๆ
แต่เจ้ากาแฟต้องทำหน้าที่ของมันคือกระตุ้นการสูบฉีดเลือด ซึ่งเป็นการใช้พลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง มันจะไปหาแหล่งพลังงานนั้นมาจากที่ไหนล่ะ?
คำตอบคือ พลังงานสำรองที่ร่างกายเก็บเอาไว้ใช้ในอนาคตค่ะ เพราะในร่างกายของคนเราจะมีการเก็บสำรองพลังงานบางส่วนเอาไว้ใช้ แต่เรากลับฝืนร่างกาย นำมันออกมาใช้ก่อน ในขณะที่ร่างกายยังไม่พร้อม ลองสังเกตดูค่ะ ว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นมื้อแรกในตอนเช้าแล้วไม่รับประทานอาหาร จะรู้สึกสดชื่น มีกำลังวังชาขึ้นมาทันที ไม่รู้สึกหิว
นั่นเป็นเพราะ คาเฟอีนกำลังหลอกร่างกายของเราว่ามีพลังงานอยู่ และดึงเอาพลังงานสำรองออกมาใช้ ซึ่งร่างกายจะทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องรีดพลังงานสำรองออกมาใช้ทั้งหมด
อีกทั้งยังต้องไปย่อยกล้ามเนื้อกระดูกเพื่อนำมาทดแทนสารอาหารที่ขาดไป และปรับสมดุลในร่างกาย เร่งร่างกายให้เข้าสู่โหมดอดอยากมากขึ้น เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ อีกมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะบ่อย ไตและกระเพาะทำงานหนัก อ่อนแรง เจ็บป่วยง่าย เป็นสิวฝ้า ดูแก่ก่อนวัย ปากแห้งลอกแตก ตัวเตี้ยแคระแกร็น อ้วนง่าย เป็นต้น
ดื่มกาแฟอย่างไร? ให้ไมเกรนลดลง
ควรเลือกดื่มกาแฟดำที่ไม่มีส่วนผสมของครีมนม ครีมเทียม หรือน้ำตาล จะดีต่อสุขภาพที่สุดค่ะ

เพราะการได้รับคาเฟอีนเพียงอย่างเดียวในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดอาการปวดไมเกรนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนควรรับประทานกาแฟอย่างน้อย 1 แก้ว อาการปวดก็จะลดลงได้
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้อาการปวดหัวแบบรวดเร็ว อีกทั้งยังผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นด้วย
หากที่ปวดหัวถี่ๆ บ่อยๆ ไม่แนะนำให้ทานกาแฟเพิ่มขึ้น เพราะอาจทำให้อาการปวดหัวแย่ลงกว่าเดิม และแสดงว่าพลังงานในร่างกายต่ำลงมาก จนไม่สามารถกระตุ้นได้ด้วยกาแฟเพียงแก้วเดียว และกลายเป็นติดคาเฟอีน ควรหาสาเหตุเบื้องต้น และปรับพฤติกรรมดีกว่า เพื่อแก้ไขที่สาเหตุของอาการปวดหัวได้ตรงจุด และไม่จำเป็นต้องพึ่งคาเฟอีน
และที่สำคัญ ควรดื่มกาแฟหลังทานอาหารจะดีที่สุด เพราะกาแฟจะไปช่วยสูบฉีดเลือดที่ได้จากสารอาหารที่ทานเข้าไปแล้วอย่างเพียงพอ ช่วยให้เลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย เป็นเลือดที่ดี มีสารอาหาร เติมเต็มพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างเต็มที่
และควรหลีกเลี่ยงการทานกาแฟหลังบ่าย 3 โมงไปแล้ว เพราจะทำให้การสูบเฉียดเลือดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ พักผ่อนน้อย และกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ
เติมมะนาวนิดหน่อยช่วยลดไมเกรนได้จริงไหม?

สูตรกาแฟผสมมะนาว มีการค้นพบว่าสามารถช่วยลดอาการปวดไมเกรนลงได้ ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ตนเองได้มากขึ้น และยังมีประโยน์ต่อร่างกายในด้านอื่นๆ อีกด้วย
ในทางการแพทย์แผนจีนกล่าวว่า กาแฟเป็นอาหารที่มีคุณลักษณะเย็น ขม ในขณะที่มะนาวมีคุณสมบัติเย็น เปรี้ยว
เมื่อนำกาแฟกับมะนาวมาผสมกันจะกลายเป็นยาชูกำลังชั้นยอด ที่ย่อยอาหารและทำให้การดูดซึมสารอาหารดีขึ้น ร่างกายมีเลือดดีไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา ช่วยยับยั้งอาการปวดไมเกรนได้
นอกจากนี้ การผสมมะนาวลงในกาแฟยังช่วยป้อนพลังงานที่ดีเข้าสู่ตับและถุงน้ำดี รักษาอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตับ ชำระล้างถุงน้ำดี บำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่อง แก้ท้องผูก ยับยั้งโรคนิ่ว และรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วยค่ะ
แต่ก็อีกเช่นเดียวกัน การผสมมะนาวมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้นะคะ เพราะมีการค้นพบสารไทรามีนและฮิสตามินในกลุ่มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รวมถึงมะนาวด้วย ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้ค่ะ
การดื่มกาแฟเหมือนดาบสองคม มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงควรเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและถูกเวลา ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดอาการปวดไมเกรนลงได้ค่ะ
แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่เป็นไมเกรนเมื่อดื่มกาแฟแล้วจะหายปวดหัวนะคะ และบางคนอาจมีอาการแพ้คาเฟอีน ดังนั้นควรระมัดระวังและสังเกตอาการตนเองหลังจากดื่มกาแฟด้วยค่ะ
นอกจากนี้ การดื่มกาแฟเพียงอย่างเดียวจะรักษาอาการปวดไมเกรนให้หายขาดได้ สิ่งสำคัญคือ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด จะเป็นทางออกสำหรับปัญหาไมเกรนได้ดีที่สุดค่ะ…



