Author: Writer

  • ปวดหัว นวดเท้า ช่วยรักษาไมเกรน

    ครั้งก่อนเราพาทุกคนไปรู้จักตำแหน่งการนวดกดจุดบนฝ่าเท้าเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนไปแล้ว วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการนวดกดจุดฝ่าเท้าในตำแหน่งอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการนวดเพื่อแก้ปัญหาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ แต่มีความเกี่ยวเนื่องกับอาการไมเกรน และช่วยให้อาการเจ็บปวดลดลงได้มากทีเดียวค่ะ นวดแก้ปวดบ่า -ไหล่ ช่วยแก้อาการปวดไมเกรน เพราะอาการปวดไมเกรนส่วนหนึ่งนั้นมีสาเหตุมาจากเส้นทางการไหลเวียนของเลือดบริเวณอวัยวะส่วนบน ที่บ่าและไหล่ เกิดการตึงตัวและติดขัด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวก  ตำแหน่งจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทการเคลื่อนไหว มีทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ด้วยกัน ได้แก่ วิธีการนวด เริ่มกดที่จุดสะท้อนจากจุดที่ 1 และ 2 บริเวณฝ่าเท้า ไล่มาที่จุดที่ 3 และ 4 ซึ่งอยู่บริเวณเท้าด้านนอก โดยกดจุดละ 20 ครั้ง  ดังนั้น การนวดกดจุดเพื่อปรับสมดุลระบบประสาทการเคลื่อนไหว จะช่วยให้อาการปวดตึงที่กล้ามเนื้อมีการคลายตัว ตึงตัวลดลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น  นวดกระตุ้นระบบลำไส้และการย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน ต้องไม่ลืมนะคะว่า ระบบประสาทส่วนกลางของคนเรามีระบบสมองและระบบลำไส้และการย่อยอาหารทำงานร่วมกันอยู่ เพราะถ้าระบบย่อยดีแล้ว ก็จะสามารถดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ส่งผลให้สารอาหารเหล่านั้นถูกส่งไปเลี้ยงที่สมองได้มากขึ้นตามไปด้วย  แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเกิดความผิดปกติขึ้นที่ระบบลำไส้และการย่อย เมื่อนั้นก็จส่งผลกระทบลามเป็นลูกโซ่ไปที่ระบบประสาทสมอง และกลายเป็นที่มาของอาการปวดไมเกรนในตอนท้ายได้ค่ะ ตำแหน่งจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าที่เกี่ยวข้องกับระบบลำไส้และการย่อยอาหาร มีทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ด้วยกัน ได้แก่ วิธีการนวด…

  • สุดยอดการนวดฝ่าเท้า รักษาไมเกรนได้ชะงัด

    วันนี้เราจะชวนทุกคนมารู้จักอีกหนึ่งวิธีธรรมชาติบำบัดที่ช่วยรักษาอาการไมเกรนได้ผลชะงัดอีกวิธีหนึ่ง นั่น คือ การนวดกดจุดฝ่าเท้าค่ะ นวดกดจุดฝ่าเท้า กระตุ้นประสาทสมอง ปรับสมดุลร่างกาย อาการปวดไมเกรนเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบประสาทสมอง โดยอาการที่พบเป็นได้การปวดศีรษะเพียงข้างเดียว ปวดสลับไปมาด้านซ้ายหรือด้านขวา หรือปวดจุดใดจุดหนึ่งของศีรษะ เป็นต้น  ที่เป็นเช่นนี้เพราะ กลไกการทำงานในระบประสาทสมองมีความสัมพันธ์กัน และทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย รวมถึงจิตใจ โดยทั้งสองส่วนนี้จะทำงานพร้อมกันทั้งด้านกลไกและเคมีภายใต้อำนาจจิตใจ การกระตุ้นระบบประสาทสมองด้วยการนวดกดจุดที่ฝ่าเท้า จึงช่วยปรับสมดุลต่างๆ ทั้งร่างกายและจิตใจให้สอดคล้องกัน เปิดเส้นทางการไหลเวียนของเลือดและพลังงานที่จะไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม  5 ตำแหน่ง นวดกดจุดสกัดไมเกรน ตำแหน่งการนวดกดจุดบนฝ่าเท้าตามทฤษฎีการรักษาตามโซนเพื่อยับยั้งหรือบรรเทาอาการปวดไมเกรนนั้นมีทั้งหมด 5 จุดด้วยกัน โดยจุดทั้ง 5 ตำแหน่งนี้จะอยู่บริเวณปลายนิ้วหัวแม่เท้าทั้งสองข้าง ซึ่งแต่ละจุดนั้นมีความสัมพันธ์กับอวัยวะส่วนบน ดังภาพ วิธีการนวดเริ่มนวดจากจุดที่ 1 ไล่จากไปจนถึงจุดที่ 5 โดยกดจุดละ 10 ครั้ง ออกแรงกดนวดและคลึงที่จุดทั้ง 5 ทำติดต่อกันนานประมาณ 10-15 นาที เพื่อเปิดทางการไหลเวียนของเลือดให้ไหลเวียนขึ้นไปสู่สมองได้ดีขึ้น ทุเลาอาการปวดไมเกรนและอาการปวดศีรษะอื่นๆ ได้ รวมทั้งช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว บริเวณไหล่ บ่า ต้นคอ และขมับ ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย…

  • ฝึกโยคะพิชิตไมเกรน

    วันนี้เราจะชวนทุกคนมาขยับเขยื้อนร่างกายเพื่อบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้เบาบางลง ซึ่งมีการศึกษามาแล้วว่า ช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้ดีอีกทางหนึ่ง นั่นคือ โยคะ…ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ หัวใจสำคัญและที่มาของโยคะ โยคะ ในความหมายตามหลักของฮินดู หมายถึง ความเป็นหนึ่งเดียว โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง 3 สิ่ง คือ ร่างกาย ลมหายใจ และจิตใจ จึงทำให้โยคะแสดงออกมาในลักษณะของการค่อยๆ ขยับเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นจังหวะ อย่างช้าๆ  ประสานเข้ากับการกำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ตั้งสมาธิให้อยู่ที่ตนเอง รวบรวมสมาธิและทำจิตใจให้สงบในขณะที่ร่างกายยังเคลื่อนไหว  หากย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 4,000-5,000 ปีก่อน โยคะจะถูกจำกัดให้ทำได้เฉพาะวรรณะพราหมณ์หรือพวกโยคีนักบวชเท่านั้น โดยมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า ช่วยรักษาร่างกายจากอาการเจ็บป่วย ต่อมาได้แพร่กระจายสู่ลัทธิทางศาสนาต่างๆ ในเอเชีย ทั้งศาสนาพุทธ ลัทธิเซน ลัทธิฮินดู โดยนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกร่างกายหรือสมาธิเพื่อให้บรรลุวังตถุประสงค์ตามความเชื่อแต่ละศาสนา  ฝึกโยคะ ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน มีผลการศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า การฝึกโยคะเป็นประจำและสม่ำเสมอหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อในร่างกาย และลดสารที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการอักเสบลงได้ถึง 41% อีกทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น  นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น เพราะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ ช่วยเปิดทางเดินของเลือดลมไปสู่ด้านบนให้ปลอดโปร่งมากขึ้น ลดอาการเจ็บปวดให้น้อยลงได้ เพราะอาการเจ็บปวดอักเสบหรือการตึงตัวที่บริเวณกล้ามเนื้อต่างๆ โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า…

  • รู้จัก “หยิน-หยาง” กับอาการปวดไมเกรนในทางการแพทย์แผนจีน

    อีกการศึกษาหนึ่งตามศาสตร์ของแพย์แผนจีนที่กล่าวถึงสาเหตุของอาการไมเกรนว่า “ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะอันเกิดจากความไม่สมดุลของความเป็นหยินและหยางในร่างกาย”  กล่าวคือ น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายหรือความเป็นหยินลดลง ส่งผลให้การควบคุมพลังงานหรือความเป็นหยางในร่างกายไม่ได้  หยินเสียสมดุล : ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้น้ำหล่อเลี้ยงหรือความเป็นหยินในร่างกายลดลงนั้น มักพบว่ามีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่หักโหมจนเกินไป เช่น ทำงานหนัก ความเครียดสะสม นอนน้อย นอนไม่หลับ หรือนอนดึก หยางเสียสมดุล : ส่วนความไม่สมดุลกันของหยาง เกิดจากลมหรือความร้อน ลอยขึ้นสู่ด้านบนไปที่ศีรษะ โดยพาสารอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร รวมทั้งเลือดลอยขึ้นมาสะสะมอยู่ที่บริเวณส่วนบนหรือที่ศีรษะ ส่งผลให้เกิดอาการเลือดคั่งที่สมอง หลอดเลือดเกิดการหดและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอาการอักเสบ และเจ็บปวดที่ศีรษะรวมถึงโรคไมเกรนตามมา นอกจากนี้ ในทางการแพทย์แผนจีนยังกล่าวเพิ่มอีกว่า ที่ศีรษะของคนเรานั้นจะเป็นจุดนัดพบกันของเส้นลมปราณหยาง 6 เส้น แบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2 เส้น ไหลผ่านบริเวณด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลังของศีรษะ  “เมื่ออากาศเกิดความแปรปรวน ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความชื้น หรือความเย็นก็ตาม มักจะมากระทบกับกับเส้นลมปราณทั้ง 6 ที่บริเวณศีรษะและใบหน้าก่อน “  ศีรษะของคนเรานั้นมีความสำคัญมากเพราะเป็นที่อยู่ของเนื้อสมอง ซึ่งการเติมสารอาหารให้สมองต้องอาศัยเลือดและน้ำหล่อเลี้ยงที่ได้มากจากการย่อยและดูดซึมสารอาหารที่ม้ามและกระเพาะอาหาร โดยส่งส่งมาจากไตและตับอีกทีหนึ่ง  ดังนั้นหากเกิดภาวะที่ไม่สมดุลที่บริเวณ ม้าม ตับ หรือไตแล้ว ก็จะส่งผลกระทบให้เกิดการเสียสมดุลในสมอง และกลายเป็นอาการปวดอักเสบตามมานั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ หากบวกกันกับทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบกันเป็นระยะเวลานานมากพอ…

  • ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในกระตุ้นให้เกิดไมเกรน

    ในมุมมองด้านการแพทย์แผนจีนกล่าวถึงอาการปวดไมเกรนว่า มีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ ซึ่งแบ่งออกเป็น ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่มากระทบกันกับร่างกาย และก่อเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดตามมา  ปัจจัยที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรน ทั้งสองปัจจัยที่กล่าวมาหากลองสังเกตให้ดีๆ จะเห็นใช่ไหมคะ หากไม่นับปัจจัยภาพนอกที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและเราไม่อาจควบคุมมันได้  ส่วนใหญ่สาเหตุอาการปวดไมเกรนมักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตประจำวันของเราเป็นหลัก หากเกิดต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลายาวนานสะสม จะทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายเกิดการเสียสมดุลมากขึ้น และกระตุ้นให้อาการปวดไมเกรนทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น  ดังนั้น หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว เพื่อช่วยลดอาการและความรุนแรงของไมเกรนกันนะคะ

  • ยาเบญจกูลสุดเจ๋ง รักษาไมเกรนได้

    วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับตำรับยาแพทย์แผนไทยโบราณที่ชื่อว่า “ยาเบญจกูล” จัดเป็นกลุ่มยาบำรุงที่ทำจากสมุนไพรไทย ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย และช่วยป้องกันเราจากไมเกรนได้ด้วยค่ะ ยาเบญจกูล บำรุงร่างกาย ช่วยป้องกันไมเกรน ยาเบญจกูล หนึ่งในยาสมุนไพรโบราณใช้บำรุงร่างกายและรักษาสุขภาพ ปัจจุบันบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (2556) หลายๆ คนมักกล่าวว่ายาเบญจกูลเป็นยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยบำรุงธาตุทั้ง 4  ในร่างกาย (ธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ) ช่วยปรับธาตุและความสมดุลในร่างกาย ช่วยกระจายเลือดลมให้ไหลเวียนได้ดี รวมถึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม และดังที่เราเคยพูดถึงแล้วว่า ระบบประสาทและสมองมีการทำงานที่สัมพันธ์กับระบบลำไส้และการย่อยอาหาร หากระบบใดระบบหนึ่งเกิดความผิดปกติขึ้น ก็จะส่งผลกระทบไปสู่อีกระบบ และก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นได้ ซึ่งอาการปวดไมเกรนก็เช่นเดียวกันที่มีสาเหตุหลักๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากอาการผิดปกติที่ระบบทั้งสอง  ยาเบญจกูล เป็นตำรับยาแพทย์แผนไทยที่ใช้บำรุงกำลังร่างกายกันมายาวนานหลายร้อยปี และที่สำคัญมันยังมีฤทธิ์ที่บำรุงระบบลำไส้ และช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดี ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองได้มากขึ้น จึงช่วยลดอาการเจ็บปวดที่ศีรษะ รวมถึงอาการปวดไมเกรนได้นั่นเองค่ะ “ดี-ช้า-สะ-เจต-ขิง” : 5 สมุนไพรหลักในยาเบญจกูล “ดี-ช้า-สะ-เจต-ขิง” เป็นคำคีย์เวิร์ดสั้นๆ ที่ใช้เรียกยาตำรับเบญจกูล โดยมาจากสมุนไพรไทยที่เป็นส่วนประกอบหลักของตัวยาได้แก่ ดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง และเหง้าขิงแห้ง ซึ่งแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน…

  • ไทรามีน วายร้ายก่อไมเกรน

    อาการปวดไมเกรน มักมีสาเหตุหลักมาจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดเพี้ยนของคนเรา ซึ่งเกิดขึ้นได้นับตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเข้านอน ทั้งจากการทำงานเครียดสะสมมากจนเกินไป ความเมื่อยล้าของสภาพร่างกาย เช่น สายตา กล้ามเนื้อบ่า คอ ไหล่ รวมไปถึงการรับประทานอาหาร ซึ่งหลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่า อาหารบางชนิดมีส่วนกระตุ้นให้อาการไมเกรนกำเริบขึ้น  วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสารไทรามีนที่พบได้ในอาหาร และเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดไมเกรนกันค่ะ รู้จักไทรามีน (Tyramine)  ไทรามีน เป็นสารชนิดหนึ่งที่พบได้มากในอาหารจำพวกหมักดอง การรมควัน หรือผ่านการบ่มหมัก และแปรรูปเพื่อยืดอายุให้อาหารยังคงสด สามารถรับประทานได้นานขึ้น รวมถึงเครื่องดื่มประเภทเบียร์ หรืออาหารที่มียีสต์เป็นส่วนผสม หรือพวกเนย ช็อกโกแลต ไวน์แดง เป็นต้น นอกจากนี้ ไทรามีน ยังเกิดได้จากกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ไทโรซีน ที่สลายตัวจากการหมักของอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ยิ่งอาหารที่มีการหมักบ่มเป็นระยะเวลานาน ก็จะยิ่งมีสารไทโรซีนมากขึ้น ไทรามีนกับอาการปวดไมเกรน ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันทำการวิจัยความเกี่ยวข้องของอาการปวดศีรษะกับสารไทรามีนไว้ว่า มันมีผลต่อการปล่อยสารเคมีของเซลล์ประสาทในสมองชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Norepinephrine ซึ่งหากมีการหลั่งสารชนิดนี้มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะหรืออาการปวดไมเกรนตามมาได้  ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า ถ้าเรามีระดับสารไทรามีนที่สูงมากๆ อยู่ในร่างกาย จะส่งผลให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางอย่างในสมองมีความผิดปกติไป นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงของระดับสารในสมอง ซึ่งมีความเกี่ยวพันและนำไปสู่อาการปวดไมเกรน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า สารไทรามีน ยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า แคทีโคลามีน (Catecholamines) ซึ่งสร้างจากต่อมหมวกไต และมีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดในสมอง…

  • คนเป็นไมเกรนต้องรู้ “ยาหอม” ช่วยคุณได้

    ยาหอม เป็นยาสมุนไพรตามตำราแพทย์แผนไทย ที่คนเฒ่าคนแก่มักใช้อยู่เป็นประจำเมื่อมีอาการคลื่นเหียน วิงเวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ยาหอม ยังมีสรรพคุณอีกอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งมาก นั่นคือ ใช้รักษาอาการปวดไมเกรนได้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักยาหอม สมุนไพรไทยโบราณกันค่ะ โบราณกาลมาของ “ยาหอม” ย้อนกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยาหอมเป็นของหายาก มีใช้ในหมู่ผู้มีอำนาจวาสนาหรือชนชั้นสูงในราชสำนัก เนื่องจากตัวยาที่ใช้เป็นส่วนผสมหลายชนิดต้องหาซื้อจากชาวต่างชาติ กระบวนการผสมผสานเป็นตัวยาก็ต้องใช้กำลังคนจำนวนมากมาปรุงมาร่อนออกมาเป็นยาหอม ดังนั้น ในสมัยก่อน จึงมีเพียงแต่พวกผู้มีบุญ มีเงินทองเท่านั้นที่จะได้ใช้  จนกระทั่งเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่ยาหอมได้ลงไปถึงมือประชาชน เนื่องจากพระราชปรารภในพระองค์ ที่ทรงมีพระราชประสงค์อยากให้มียาดีๆ กระจายไปตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วสยาม ราษฎรในหัวเมืองที่ห่างไกลจะได้มียารักษาโรคภัยต่างๆ หายเจ็บหายไข้ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ จากพระราชปรารภนี้เองจึงเป็นที่มาของ “ยาโอสถสภา” ตำรับยาตำราหลวง (ปัจจุบัน คือ ยาสามัญประจำบ้าน) ซึ่งบรรจุยาหอมเข้าไว้เป็นหนึ่งในนั้น มียาหอมมากกว่า 500 ตำรับ ที่ประกอบด้วยสมุนไพรหรือพืชวัตถุมากมายหลายชนิด ทั้งเห็ดนมเสือ กานพลู เกสรบัวหลวง จันทร์ แห้วหมู กระวาน สะค้าน ดีปลี ชะพลู…

  • “สุมนาวาตะ” และ “จักระที่ 6” : เกี่ยวอะไรกับไมเกรน

    อาการปวดไมเกรน เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบประสาทส่วนกลาง ในทางการแพทย์แผนไทยจะเรียกระบบนี้ว่า “สุมนาวาตะ” ซึ่งหมายถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง  โดยในร่างกายของมนุษย์เราจะประกอบไปด้วยระบบต่างๆ ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป และหนึ่งในนั้นมีระบบหนึ่งที่เรียกว่า “สมุนาวาตะ” หรือ “ระบบประสาทส่วนกลาง” ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบสมองและระบบลำไส้ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความผิดปกติหรืออักเสบ ก็จะส่งผลกระทบกับอีกส่วนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ในร่างกายยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า “จักระที่ 6” ซึ่งอยู่บริเวณหว่างคิ้ว เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบสายตา หากเกิดอาการตาพร่ามัว มองไม่เห็น หรือมองเห็นแต่ไม่ชัด หรือภาพบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง นั่นแสดงว่า จักระที่ 6 ของเรา กำลังเกิดอาการผิดปกติหรืออักเสบ และมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรนตามมาได้  ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม ผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนจึงมีอาการปวดศรีษะไปพร้อมๆ กับอาการร่วมบางอย่าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มวนท้อง หรืออยากอาหารน้อยลง รวมถึงอาการผิดปกติทางสายตา มองเห็นไม่ชัด เห็นแสงจ้า สายตาสู้แสงไม่ได้ เพราะมันเกิดปัญหาขึ้นที่ระบบสมอง ระบบการมองเห็น และระบบลำไส้นั่นเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แก้อาการไมเกรนตรงจุด จากที่เล่ามาทั้งหมด จะสังเกตได้ใช่ไหมคะว่า อาการปวดไมเกรนที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเองค่ะ ดังนั้น การแก้ปัญหาในผู้ป่วยไมเกรนจึงต้องแก้ไขโดยการปรับพฤติกรรมดังกล่าวให้เหมาะสม…