Migraine

  • 9 อาหารต้องห้ามของผู้ป่วยไมเกรน

    9 อาหาร ต้องรู้ กระตุ้นปวดไมเกรน ถ้าไม่อยากเป็นไมเกรน งด 9 อาหาร ช่วยรักษาไมเกรนได้ รู้ไหม 9 อาหารนี้ ทำให้คุณเป็นไมเกรนได้มากขึ้น You are What you eat…กินอะไร ก็ได้แบบนั้น คงเป็นคำคุ้นหูที่หลายๆ คนมักได้ยินอยู่เสมอ เพราะการทานอาหารมักเป็นที่มาของสุขภาพที่ดีและแย่ในตัวเรา วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับอาหาร 9 อย่างที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรนค่ะ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ… 1. สารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมพวกสารทดแทนน้ำตาล เครื่องดื่มที่ติดฉลากว่าน้ำตาล 0% เป็นอาหารที่ผู้ป่วยไมเกรนควรหลีกเลี่ยง เพราะอาหารประเภทนี้จะมีส่วนผสมที่เรียกว่า แอสปาร์แตม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการหดตัวของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งถ้ามีการหดตัวเป็นเวลานานๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี เกิดเลือดคั่ง ติดขัด ก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ค่ะ 2. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและกล้วย มีรายงานออกมาแล้วว่าผลไม้ตระกูลซีตรัสหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รวมทั้งกล้วย จะมีสารฮีสตามินและไทรามีนเป็นส่วนประกอบ และเจ้าสารสองชนิดนี้เองที่เป็นตัวการก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ แต่อย่างก็ตาม ควรจะรับประทานวิตามินซีบ้างะเป 3. พิซซ่าและขนมปังพิซซ่าและขนมปังเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของยีสต์ที่ได้จากขนมปัง และสารไทรามีนที่เป็นส่วนประกอบในชีส ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้  4. เนื้อสัตว์แปรรูปและชีสหรือเนยแข็งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แปรรูปหรืออาหารที่มีอายุการเก็บได้นานๆ เช่น ไส้กรอก…

  • จริงหรือไม่? กาแฟช่วยหยุดไมเกรนได้

    – ดื่มกาแฟ ปราบไมเกรนได้จริงหรือ? – รู้หรือไม่? การดื่มกาแฟแก้อาการไมเกรนได้– “กาแฟ” ตัวช่วยหรือตัวการก่อไมเกรน ?– เรื่องน่ารู้ของผู้ป่วยไมเกรนกับการดื่มกาแฟ เป็นที่ถกเถียงกันมากเลยนะคะ สำหรับประเด็นที่ว่า กาแฟช่วยรักษาอาการไมเกรนได้จริงไหม? เพราะหลายๆ คน เมื่อมีอาการปวดหัวก็เลือกที่จะทานกาแฟ แล้วพบว่าอาการดีขึ้น แต่ในขณะที่บางคนกลับมีอาการแย่ลงกว่าเดิม ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ? วันนี้เราไปค้นหาคำตอบมาให้คุณแล้วค่ะ กาแฟ : ตัวช่วยแก้ไมเกรน หรือ ตัวการก่อไมเกรน กันแน่? คำตอบ คือ กาแฟ เป็นทั้งตัวช่วยแก้อาการปวดไมเกรน และเป็นทั้งตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ทั้งคู่ค่ะ เพราะในกาแฟจะมีสาร Vasoconstrictive และ คาเฟอีน อยู่ ซึ่งคาเฟอีนตัวนี้มีฤทธิ์ไปกระตุ้นให้หลอดเลือดในร่างกายเกิดการขยายและหดตัว ส่งผลให้ให้เลือดในร่างกายสูบฉีดได้ดีขึ้น เพราะอาการปวดหัวไมเกรนนั้นเกิดมาจากภาวะที่หลอดเลือดในสมองขยายตัวมากกว่าปกติ เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก จนก่อให้เกิดอาการบวมอักเสบตามมา  แต่คาเฟอีนจากกาแฟจะมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดที่กำลังขยายตัวผิดปกติ ให้กลับมาหดตัวอยู่ในภาวะปกติ ทำให้ลดอาการปวดไมเกรนได้  ถ้าใครเป็นผู้ป่วยไมเกรนที่ใช้ยาเคมีกลุ่มเออร์โกทามีน (Ergotamine) ในการรักษา ลองสังเกตที่ส่วนประกอบของตัวยาดูนะคะ จะระบุว่าจะมีคาเฟอีน 100 มิลลิกรัม ผสมอยู่ในยา Ergotamine Tartrate ขนาด…

  • Aimovig กู้อาการไมเกรน

    -แพทย์แผนใหม่กับยา Aimovig ความหวังของผู้ป่วยไมเกรน น่ารู้กับยา Aimovig ยารักษาไมเกรนในแพทย์แผนปัจจุบัน Aimovig ยาใหม่ ใช้รักษาไมเกรนได้ Aimovig ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยไมเกรน ดังที่เราทราบกันดีว่า ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เรายังไม่พบตัวยาที่รักษาอาการไมเกรนให้หายขาดได้ด้วยตัวยาเคมี มีเพียงกลุ่มยาบางตัวที่สามารถใช้เพื่อยับยั้งอาการเบื้องต้น หรือลดปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการขึ้นได้เท่านั้น เช่น กลุ่มยากันชัก กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า เป็นต้น แต่เมื่อปี 2561 ได้มีการศึกษาวิจัยตัวยาเคมีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง ที่พบว่ามันมีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยยับยั้งอาการไมเกรนไม่ให้เกิดขึ้นได้ โดยมีผลข้างเคียงที่น้อยมาก ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Food and Drug Administration: FDA) ว่าสามารถใช้รักษาอาการไมเกรนได้จริง คือ ยา Aimovig วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับยาเคมีตัวนี้ดูกันค่ะ… Aimovig ยาป้องกันไมเกรน ยา Aimovig (อิโมวิก) เป็นยาเคมีชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนังตามหลักแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งผลิตโดยบริษัทยา Novartis ที่มีชื่อเสียง และได้รับการรับรองจาก FDA เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ว่าสามารถใช้รักษาอาการปวดไมเกรนได้จริงในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทยเมื่อวันที่…

  • ตาแพ้แสง (Photophobia) สำแดงไมเกรน

    ภาวะตาแพ้แสง  (Photophobia) เป็นอาการที่เกิดจากดวงตาสู้ไม่สามารถสู้แสงได้ โดยเฉพาะแสงจ้าจากพระอาทิตย์ แสงจากหลอดไฟ หรือแม้แต่แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน  แล้วยิ่งเมื่ออยู่กลางแดดไปสักพัก หรือเจอแสงจ้ามากๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากจะตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้แล้ว หลายคนมักเกิดอาการปวดหัว ปวดไมเกรนตามมาด้วย  ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ผู้ป่วยไมเกรนเป็นบุคคลที่มีประสาทการรับรู้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่ไวกว่าคนอื่น โดยเมื่อผู้ป่วยไมเกรนสัมผัสกับแสงจ้ามากๆ เป็นเวลานานๆ เซลล์ประสาทบริเวณจอประสาทตา (Retinal Ganglion Cell: RGC) จะค่อยๆ ถูกกระตุ้นตามไปด้วย  จากนั้นจะส่งสัญญาณบางอย่างไปที่สมองส่วนทาลามัส ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บปวด (Trigeminovascular System) กระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บปวดตามมาได้ในที่สุด  นอกจากนี้รังสีอุลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet Radiation) จากแสงอาทิตย์ ยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีของไมเกรน เพราะมันทำให้ชั้นผิวหนังของคนเราหลั่งสารเคมีออกมา กระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวมากกว่าปกติ และเกิดอาการอักเสบเจ็บปวดขึ้นมาได้  ยิ่งแสงจ้ามากเท่าไร ไม่เกรนก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แถมยังทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากมากขึ้นด้วย เรียกว่า more and more เลยทีเดียวค่ะ ปกป้องดวงตา แก้อาการไมเกรน ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่อาจหลีกเลี่ยงแสงจ้าหรือแสงแดดได้ในทุกวัน มันต้องมีบ้างบางครั้งที่เราต้องออกไปอยู่กลางแดด ดังนั้น เราจึงต้องหมั่นเตือนตนเองให้ดูแลรักษาสายตาให้ดีอยู่เสมอ ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ…

  • “แสงแดด” ผู้ก่อการปวดไมเกรน

    – “แสงแดด” ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่ไม่ควรมองข้าม – “แสงแดด” ชาวไมเกรนไม่ถูกใจสิ่งนี้– “แสงแดด” กระตุ้นไมเกรนได้จริงไหม ?– หลบแดด หลบไมเกรน!– แก้ปวดไมเกรน ให้หลบแดดจ้า!!!– กันแดด แก้ไมเกรน กันไมเกรนได้ ชาวไมเกรนเคยสงสัยกันบ้างไหมคะ ว่าทำไมอากาศร้อน แดดจ้าทีไร ปวดหัวทุกที วันนี้เรามีคำตอบให้ทุกคนค่ะ… 80% ของอาการปวดไมเกรน เกิดจากแสงแดด จริงๆ แล้ว แสงแดด เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญตัวหนึ่ง ที่ทำให้อาการปวดไมเกรนกำเริบขึ้นได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ (Photophobia)  และมีการศึกษามาแล้วว่า ผู้ปวดไมเกรนมากถึง 80% มักมีอาการปวดหัวเมื่อต้องเจอแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ เนื่องจากความร้อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะสภาพอากาศที่ร้อนส่งผลให้หลอดเลือดในสมองขยายตัวมากขึ้น ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่มีความเกี่ยวข้องกับประสาทรับรู้ความเจ็บปวด คือ  ฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ออกมามากขึ้น  เมื่อใดก็ตามที่ระดับบเซโรโทนินในร่างกายสูงขึ้น ก็จะส่งผลการมองเห็นของคนเราผิดเพี้ยนไป บางคนอาจมีอาการตาพร่า มองเห็นๆได้ไม่ชัด เห็นลำแสงเป็นเส้นบิดไปมาสลับกัน บางคนอาจเห็นภาพบางส่วนเป็นภาพมืด หรือไม่มีสี แล้วพอถึงจุดหนึ่งที่เซโรโทนินลดต่ำลง หลอดเลือดสมองก็จะหดรัดและคลายตัวลงในระดับที่มากกว่าปกติ เป็นผลให้เกิดอาการปวดหัวหรือปวดไมเกรนตามมานั่นเอง  ป้องกันแสงแดด แก้อาการไมเกรนกันเถอะ…

  • จริงหรือไม่ ? ครอบแก้วรักษาไมเกรนได้

    – ครอบแก้ว การแพทย์ทางเลือกที่คนเป็นไมเกรนต้องรู้ ครอบแก้ว สุดยอดแพทย์ทางเลือกสำหรับคนเป็นไมเกรน ทางเลือกใหม่น่ารู้ ช่วยรักษาไมเกรน ความลับศาสตร์การครอบแก้ว รักษาไมเกรนได้ หลายๆ คน คงเคยได้ยินการแพทย์ทางเลือกด้วยวิธีการครอบแก้วใช่ไหมคะ ที่หมอจะเอาแก้วร้อนๆ มาวางครอบบนผิวหนังของเรา แล้วมันก็จะค่อยๆ ดูดเนื้อหนังของเราขึ้นมา เป็นรอยจ้ำๆ สีแดงๆ ใหญ่ๆ นึกภาพตามก็ว่าน่ากลัวแล้วจริงไหมคะ? แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะการครอบแก้วไม่ได้ส่งผลเสียหรือก่อความอันตรายร้ายแรงใดๆ ให้เราขนาดนั้น มันเพียงแค่ทิ้งรอยจ้ำๆ ไว้ตามร่างกาย และจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ที่สำคัญยังมีการศึกษามาแล้วว่า การครอบแก้ว ช่วยรักษาอาการปวดไมเกรนได้ด้วยนะคะ…ลองมาศึกษาข้อมูลนี้กันดู ครอบแก้ว (Cupping Therapy) คืออะไร? ว่ากันว่า การรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการครอบแก้ว หรือการครอบกระปุก (Cupping Therapy) นั้น เกิดขึ้นมานานนับพันปีแล้ว โดยเป็นศาสตร์เก่าแก่ของวงการแพทย์แผนจีนที่เล่าลือกันว่าเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการฝังเข็ม มีหลักฐานปรากฏการรักษาโรคด้วยการครอบแก้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น หรือเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้ว  การครอบแก้วสามารถใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้มากมาย เช่น ทุเลาอาการอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บปวด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้สมดุล ทำให้เลือดไม่คั่ง…

  • ปวดหัว นวดเท้า ช่วยรักษาไมเกรน

    ครั้งก่อนเราพาทุกคนไปรู้จักตำแหน่งการนวดกดจุดบนฝ่าเท้าเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนไปแล้ว วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการนวดกดจุดฝ่าเท้าในตำแหน่งอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการนวดเพื่อแก้ปัญหาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ แต่มีความเกี่ยวเนื่องกับอาการไมเกรน และช่วยให้อาการเจ็บปวดลดลงได้มากทีเดียวค่ะ นวดแก้ปวดบ่า -ไหล่ ช่วยแก้อาการปวดไมเกรน เพราะอาการปวดไมเกรนส่วนหนึ่งนั้นมีสาเหตุมาจากเส้นทางการไหลเวียนของเลือดบริเวณอวัยวะส่วนบน ที่บ่าและไหล่ เกิดการตึงตัวและติดขัด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวก  ตำแหน่งจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทการเคลื่อนไหว มีทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ด้วยกัน ได้แก่ วิธีการนวด เริ่มกดที่จุดสะท้อนจากจุดที่ 1 และ 2 บริเวณฝ่าเท้า ไล่มาที่จุดที่ 3 และ 4 ซึ่งอยู่บริเวณเท้าด้านนอก โดยกดจุดละ 20 ครั้ง  ดังนั้น การนวดกดจุดเพื่อปรับสมดุลระบบประสาทการเคลื่อนไหว จะช่วยให้อาการปวดตึงที่กล้ามเนื้อมีการคลายตัว ตึงตัวลดลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น  นวดกระตุ้นระบบลำไส้และการย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน ต้องไม่ลืมนะคะว่า ระบบประสาทส่วนกลางของคนเรามีระบบสมองและระบบลำไส้และการย่อยอาหารทำงานร่วมกันอยู่ เพราะถ้าระบบย่อยดีแล้ว ก็จะสามารถดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ส่งผลให้สารอาหารเหล่านั้นถูกส่งไปเลี้ยงที่สมองได้มากขึ้นตามไปด้วย  แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเกิดความผิดปกติขึ้นที่ระบบลำไส้และการย่อย เมื่อนั้นก็จส่งผลกระทบลามเป็นลูกโซ่ไปที่ระบบประสาทสมอง และกลายเป็นที่มาของอาการปวดไมเกรนในตอนท้ายได้ค่ะ ตำแหน่งจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าที่เกี่ยวข้องกับระบบลำไส้และการย่อยอาหาร มีทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ด้วยกัน ได้แก่ วิธีการนวด…

  • สุดยอดการนวดฝ่าเท้า รักษาไมเกรนได้ชะงัด

    วันนี้เราจะชวนทุกคนมารู้จักอีกหนึ่งวิธีธรรมชาติบำบัดที่ช่วยรักษาอาการไมเกรนได้ผลชะงัดอีกวิธีหนึ่ง นั่น คือ การนวดกดจุดฝ่าเท้าค่ะ นวดกดจุดฝ่าเท้า กระตุ้นประสาทสมอง ปรับสมดุลร่างกาย อาการปวดไมเกรนเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบประสาทสมอง โดยอาการที่พบเป็นได้การปวดศีรษะเพียงข้างเดียว ปวดสลับไปมาด้านซ้ายหรือด้านขวา หรือปวดจุดใดจุดหนึ่งของศีรษะ เป็นต้น  ที่เป็นเช่นนี้เพราะ กลไกการทำงานในระบประสาทสมองมีความสัมพันธ์กัน และทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย รวมถึงจิตใจ โดยทั้งสองส่วนนี้จะทำงานพร้อมกันทั้งด้านกลไกและเคมีภายใต้อำนาจจิตใจ การกระตุ้นระบบประสาทสมองด้วยการนวดกดจุดที่ฝ่าเท้า จึงช่วยปรับสมดุลต่างๆ ทั้งร่างกายและจิตใจให้สอดคล้องกัน เปิดเส้นทางการไหลเวียนของเลือดและพลังงานที่จะไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม  5 ตำแหน่ง นวดกดจุดสกัดไมเกรน ตำแหน่งการนวดกดจุดบนฝ่าเท้าตามทฤษฎีการรักษาตามโซนเพื่อยับยั้งหรือบรรเทาอาการปวดไมเกรนนั้นมีทั้งหมด 5 จุดด้วยกัน โดยจุดทั้ง 5 ตำแหน่งนี้จะอยู่บริเวณปลายนิ้วหัวแม่เท้าทั้งสองข้าง ซึ่งแต่ละจุดนั้นมีความสัมพันธ์กับอวัยวะส่วนบน ดังภาพ วิธีการนวดเริ่มนวดจากจุดที่ 1 ไล่จากไปจนถึงจุดที่ 5 โดยกดจุดละ 10 ครั้ง ออกแรงกดนวดและคลึงที่จุดทั้ง 5 ทำติดต่อกันนานประมาณ 10-15 นาที เพื่อเปิดทางการไหลเวียนของเลือดให้ไหลเวียนขึ้นไปสู่สมองได้ดีขึ้น ทุเลาอาการปวดไมเกรนและอาการปวดศีรษะอื่นๆ ได้ รวมทั้งช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว บริเวณไหล่ บ่า ต้นคอ และขมับ ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย…

  • ฝึกโยคะพิชิตไมเกรน

    วันนี้เราจะชวนทุกคนมาขยับเขยื้อนร่างกายเพื่อบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้เบาบางลง ซึ่งมีการศึกษามาแล้วว่า ช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้ดีอีกทางหนึ่ง นั่นคือ โยคะ…ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ หัวใจสำคัญและที่มาของโยคะ โยคะ ในความหมายตามหลักของฮินดู หมายถึง ความเป็นหนึ่งเดียว โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การรวมกันเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง 3 สิ่ง คือ ร่างกาย ลมหายใจ และจิตใจ จึงทำให้โยคะแสดงออกมาในลักษณะของการค่อยๆ ขยับเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นจังหวะ อย่างช้าๆ  ประสานเข้ากับการกำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ตั้งสมาธิให้อยู่ที่ตนเอง รวบรวมสมาธิและทำจิตใจให้สงบในขณะที่ร่างกายยังเคลื่อนไหว  หากย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 4,000-5,000 ปีก่อน โยคะจะถูกจำกัดให้ทำได้เฉพาะวรรณะพราหมณ์หรือพวกโยคีนักบวชเท่านั้น โดยมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า ช่วยรักษาร่างกายจากอาการเจ็บป่วย ต่อมาได้แพร่กระจายสู่ลัทธิทางศาสนาต่างๆ ในเอเชีย ทั้งศาสนาพุทธ ลัทธิเซน ลัทธิฮินดู โดยนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกร่างกายหรือสมาธิเพื่อให้บรรลุวังตถุประสงค์ตามความเชื่อแต่ละศาสนา  ฝึกโยคะ ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน มีผลการศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า การฝึกโยคะเป็นประจำและสม่ำเสมอหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อในร่างกาย และลดสารที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการอักเสบลงได้ถึง 41% อีกทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น  นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น เพราะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ ช่วยเปิดทางเดินของเลือดลมไปสู่ด้านบนให้ปลอดโปร่งมากขึ้น ลดอาการเจ็บปวดให้น้อยลงได้ เพราะอาการเจ็บปวดอักเสบหรือการตึงตัวที่บริเวณกล้ามเนื้อต่างๆ โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า…