Migraine

  • รู้จัก “หยิน-หยาง” กับอาการปวดไมเกรนในทางการแพทย์แผนจีน

    อีกการศึกษาหนึ่งตามศาสตร์ของแพย์แผนจีนที่กล่าวถึงสาเหตุของอาการไมเกรนว่า “ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะอันเกิดจากความไม่สมดุลของความเป็นหยินและหยางในร่างกาย”  กล่าวคือ น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายหรือความเป็นหยินลดลง ส่งผลให้การควบคุมพลังงานหรือความเป็นหยางในร่างกายไม่ได้  หยินเสียสมดุล : ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้น้ำหล่อเลี้ยงหรือความเป็นหยินในร่างกายลดลงนั้น มักพบว่ามีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่หักโหมจนเกินไป เช่น ทำงานหนัก ความเครียดสะสม นอนน้อย นอนไม่หลับ หรือนอนดึก หยางเสียสมดุล : ส่วนความไม่สมดุลกันของหยาง เกิดจากลมหรือความร้อน ลอยขึ้นสู่ด้านบนไปที่ศีรษะ โดยพาสารอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร รวมทั้งเลือดลอยขึ้นมาสะสะมอยู่ที่บริเวณส่วนบนหรือที่ศีรษะ ส่งผลให้เกิดอาการเลือดคั่งที่สมอง หลอดเลือดเกิดการหดและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอาการอักเสบ และเจ็บปวดที่ศีรษะรวมถึงโรคไมเกรนตามมา นอกจากนี้ ในทางการแพทย์แผนจีนยังกล่าวเพิ่มอีกว่า ที่ศีรษะของคนเรานั้นจะเป็นจุดนัดพบกันของเส้นลมปราณหยาง 6 เส้น แบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2 เส้น ไหลผ่านบริเวณด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลังของศีรษะ  “เมื่ออากาศเกิดความแปรปรวน ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความชื้น หรือความเย็นก็ตาม มักจะมากระทบกับกับเส้นลมปราณทั้ง 6 ที่บริเวณศีรษะและใบหน้าก่อน “  ศีรษะของคนเรานั้นมีความสำคัญมากเพราะเป็นที่อยู่ของเนื้อสมอง ซึ่งการเติมสารอาหารให้สมองต้องอาศัยเลือดและน้ำหล่อเลี้ยงที่ได้มากจากการย่อยและดูดซึมสารอาหารที่ม้ามและกระเพาะอาหาร โดยส่งส่งมาจากไตและตับอีกทีหนึ่ง  ดังนั้นหากเกิดภาวะที่ไม่สมดุลที่บริเวณ ม้าม ตับ หรือไตแล้ว ก็จะส่งผลกระทบให้เกิดการเสียสมดุลในสมอง และกลายเป็นอาการปวดอักเสบตามมานั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ หากบวกกันกับทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบกันเป็นระยะเวลานานมากพอ…

  • ยาเบญจกูลสุดเจ๋ง รักษาไมเกรนได้

    วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับตำรับยาแพทย์แผนไทยโบราณที่ชื่อว่า “ยาเบญจกูล” จัดเป็นกลุ่มยาบำรุงที่ทำจากสมุนไพรไทย ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย และช่วยป้องกันเราจากไมเกรนได้ด้วยค่ะ ยาเบญจกูล บำรุงร่างกาย ช่วยป้องกันไมเกรน ยาเบญจกูล หนึ่งในยาสมุนไพรโบราณใช้บำรุงร่างกายและรักษาสุขภาพ ปัจจุบันบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (2556) หลายๆ คนมักกล่าวว่ายาเบญจกูลเป็นยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยบำรุงธาตุทั้ง 4  ในร่างกาย (ธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ) ช่วยปรับธาตุและความสมดุลในร่างกาย ช่วยกระจายเลือดลมให้ไหลเวียนได้ดี รวมถึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม และดังที่เราเคยพูดถึงแล้วว่า ระบบประสาทและสมองมีการทำงานที่สัมพันธ์กับระบบลำไส้และการย่อยอาหาร หากระบบใดระบบหนึ่งเกิดความผิดปกติขึ้น ก็จะส่งผลกระทบไปสู่อีกระบบ และก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นได้ ซึ่งอาการปวดไมเกรนก็เช่นเดียวกันที่มีสาเหตุหลักๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากอาการผิดปกติที่ระบบทั้งสอง  ยาเบญจกูล เป็นตำรับยาแพทย์แผนไทยที่ใช้บำรุงกำลังร่างกายกันมายาวนานหลายร้อยปี และที่สำคัญมันยังมีฤทธิ์ที่บำรุงระบบลำไส้ และช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดี ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองได้มากขึ้น จึงช่วยลดอาการเจ็บปวดที่ศีรษะ รวมถึงอาการปวดไมเกรนได้นั่นเองค่ะ “ดี-ช้า-สะ-เจต-ขิง” : 5 สมุนไพรหลักในยาเบญจกูล “ดี-ช้า-สะ-เจต-ขิง” เป็นคำคีย์เวิร์ดสั้นๆ ที่ใช้เรียกยาตำรับเบญจกูล โดยมาจากสมุนไพรไทยที่เป็นส่วนประกอบหลักของตัวยาได้แก่ ดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง และเหง้าขิงแห้ง ซึ่งแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน…

  • ไทรามีน วายร้ายก่อไมเกรน

    อาการปวดไมเกรน มักมีสาเหตุหลักมาจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิดเพี้ยนของคนเรา ซึ่งเกิดขึ้นได้นับตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเข้านอน ทั้งจากการทำงานเครียดสะสมมากจนเกินไป ความเมื่อยล้าของสภาพร่างกาย เช่น สายตา กล้ามเนื้อบ่า คอ ไหล่ รวมไปถึงการรับประทานอาหาร ซึ่งหลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่า อาหารบางชนิดมีส่วนกระตุ้นให้อาการไมเกรนกำเริบขึ้น  วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสารไทรามีนที่พบได้ในอาหาร และเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดไมเกรนกันค่ะ รู้จักไทรามีน (Tyramine)  ไทรามีน เป็นสารชนิดหนึ่งที่พบได้มากในอาหารจำพวกหมักดอง การรมควัน หรือผ่านการบ่มหมัก และแปรรูปเพื่อยืดอายุให้อาหารยังคงสด สามารถรับประทานได้นานขึ้น รวมถึงเครื่องดื่มประเภทเบียร์ หรืออาหารที่มียีสต์เป็นส่วนผสม หรือพวกเนย ช็อกโกแลต ไวน์แดง เป็นต้น นอกจากนี้ ไทรามีน ยังเกิดได้จากกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ไทโรซีน ที่สลายตัวจากการหมักของอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ยิ่งอาหารที่มีการหมักบ่มเป็นระยะเวลานาน ก็จะยิ่งมีสารไทโรซีนมากขึ้น ไทรามีนกับอาการปวดไมเกรน ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันทำการวิจัยความเกี่ยวข้องของอาการปวดศีรษะกับสารไทรามีนไว้ว่า มันมีผลต่อการปล่อยสารเคมีของเซลล์ประสาทในสมองชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Norepinephrine ซึ่งหากมีการหลั่งสารชนิดนี้มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะหรืออาการปวดไมเกรนตามมาได้  ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า ถ้าเรามีระดับสารไทรามีนที่สูงมากๆ อยู่ในร่างกาย จะส่งผลให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางอย่างในสมองมีความผิดปกติไป นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงของระดับสารในสมอง ซึ่งมีความเกี่ยวพันและนำไปสู่อาการปวดไมเกรน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า สารไทรามีน ยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า แคทีโคลามีน (Catecholamines) ซึ่งสร้างจากต่อมหมวกไต และมีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดในสมอง…

  • คนเป็นไมเกรนต้องรู้ “ยาหอม” ช่วยคุณได้

    ยาหอม เป็นยาสมุนไพรตามตำราแพทย์แผนไทย ที่คนเฒ่าคนแก่มักใช้อยู่เป็นประจำเมื่อมีอาการคลื่นเหียน วิงเวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ยาหอม ยังมีสรรพคุณอีกอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งมาก นั่นคือ ใช้รักษาอาการปวดไมเกรนได้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักยาหอม สมุนไพรไทยโบราณกันค่ะ โบราณกาลมาของ “ยาหอม” ย้อนกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยาหอมเป็นของหายาก มีใช้ในหมู่ผู้มีอำนาจวาสนาหรือชนชั้นสูงในราชสำนัก เนื่องจากตัวยาที่ใช้เป็นส่วนผสมหลายชนิดต้องหาซื้อจากชาวต่างชาติ กระบวนการผสมผสานเป็นตัวยาก็ต้องใช้กำลังคนจำนวนมากมาปรุงมาร่อนออกมาเป็นยาหอม ดังนั้น ในสมัยก่อน จึงมีเพียงแต่พวกผู้มีบุญ มีเงินทองเท่านั้นที่จะได้ใช้  จนกระทั่งเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่ยาหอมได้ลงไปถึงมือประชาชน เนื่องจากพระราชปรารภในพระองค์ ที่ทรงมีพระราชประสงค์อยากให้มียาดีๆ กระจายไปตามหัวเมืองต่างๆ ทั่วสยาม ราษฎรในหัวเมืองที่ห่างไกลจะได้มียารักษาโรคภัยต่างๆ หายเจ็บหายไข้ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ จากพระราชปรารภนี้เองจึงเป็นที่มาของ “ยาโอสถสภา” ตำรับยาตำราหลวง (ปัจจุบัน คือ ยาสามัญประจำบ้าน) ซึ่งบรรจุยาหอมเข้าไว้เป็นหนึ่งในนั้น มียาหอมมากกว่า 500 ตำรับ ที่ประกอบด้วยสมุนไพรหรือพืชวัตถุมากมายหลายชนิด ทั้งเห็ดนมเสือ กานพลู เกสรบัวหลวง จันทร์ แห้วหมู กระวาน สะค้าน ดีปลี ชะพลู…

  • “สุมนาวาตะ” และ “จักระที่ 6” : เกี่ยวอะไรกับไมเกรน

    อาการปวดไมเกรน เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบประสาทส่วนกลาง ในทางการแพทย์แผนไทยจะเรียกระบบนี้ว่า “สุมนาวาตะ” ซึ่งหมายถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง  โดยในร่างกายของมนุษย์เราจะประกอบไปด้วยระบบต่างๆ ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป และหนึ่งในนั้นมีระบบหนึ่งที่เรียกว่า “สมุนาวาตะ” หรือ “ระบบประสาทส่วนกลาง” ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบสมองและระบบลำไส้ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความผิดปกติหรืออักเสบ ก็จะส่งผลกระทบกับอีกส่วนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ในร่างกายยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เรียกว่า “จักระที่ 6” ซึ่งอยู่บริเวณหว่างคิ้ว เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบสายตา หากเกิดอาการตาพร่ามัว มองไม่เห็น หรือมองเห็นแต่ไม่ชัด หรือภาพบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง นั่นแสดงว่า จักระที่ 6 ของเรา กำลังเกิดอาการผิดปกติหรืออักเสบ และมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรนตามมาได้  ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม ผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนจึงมีอาการปวดศรีษะไปพร้อมๆ กับอาการร่วมบางอย่าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มวนท้อง หรืออยากอาหารน้อยลง รวมถึงอาการผิดปกติทางสายตา มองเห็นไม่ชัด เห็นแสงจ้า สายตาสู้แสงไม่ได้ เพราะมันเกิดปัญหาขึ้นที่ระบบสมอง ระบบการมองเห็น และระบบลำไส้นั่นเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แก้อาการไมเกรนตรงจุด จากที่เล่ามาทั้งหมด จะสังเกตได้ใช่ไหมคะว่า อาการปวดไมเกรนที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเองค่ะ ดังนั้น การแก้ปัญหาในผู้ป่วยไมเกรนจึงต้องแก้ไขโดยการปรับพฤติกรรมดังกล่าวให้เหมาะสม…

  • 3 ท่าบริหาร ลดอาการปวดไมเกรนได้

    แย่แล้ว! ปวดหัวไมเกรนจัง ทำอย่างไรดี ? ไม่อยากทานยาเลย!!! คำตอบง่ายมากค่ะ นวดกดจุด อีกหนึ่งวิธีธรรมชาติบำบัดที่ช่วยได้มากเลยค่ะ ถ้าไม่เชื่อ ลองทำตามท่าบริหารนี้ดูค่ะ ท่าที่ 1 : หมุนหัวไหล่ หลายๆ คน นั่งทำงานเป็นเวลานาน หลังไม่ตั้งตรง ค่อมลง ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะและอาจลุกลามมาถึงบริเวณท้ายทอยและช่วงหัวไหล่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเกิดอาการตึงที่กล้ามเนื้อต้นคอนั่นเอง ลองทำท่านี้ดูค่ะ เอามือทั้ง 2 ข้าง แตะที่บริวเณหัวไหล่ทั้งสองข้าง แล้วหมุนไปด้านหน้าหรือด้านหลัง โดยกดไหล่ลงแล้วหมุนจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน โดยทำสลับกันไปมา ประมาณรอบละ 20 ครั้ง ติดต่อกัน 3 รอบ ท่านี้จะช่วยลดอาการตึงปวดที่ต้นคอ และช่วยให้บริเวณกล้ามเนื้อต้นคอคลายตัวและปรับสู่สมดุลมากขึ้น และพยายามเตือนตัวเองอย่านั่งหลังโค้งงอ ยืดตัวขึ้น เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปสู่สมองได้ดีขึ้น ท่าที่ 2 : หันหน้า 45 องศา แล้วกดใบหน้าลง  เลือกหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง 45 องศา แล้วใช้มือข้างเดียวกับที่หันหน้าไป ดันศีรษะลงมาให้เหมือนกับก้มหน้าลง ค้างไว้ประมาณ 15 วินาที…

  • “พรีไบโอติกส์” (Prebiotics) จุลินทรีย์ตัวจิ๋วต้านไมเกรน

    ในร่างกายของคนเรามีจุลินทรีย์ขนาดเล็กจิ๋วอยู่หลายชนิด มีทั้งชนิดดีและไม่ดีปะปนกันอยู่เป็นปกติ เจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้ มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระบบลำไส้ หากเกิดความผิดปกติขึ้นที่ตัวจุลินทรีย์ ก็จะส่งผลกระทบต่อลำไส้ซึ่งถือเป็นปราการด่านหน้าด้านสุขภาพ และเป็นเหตุให้เกิดอาการเจ็บป่วยในร่างกายตามมาได้ อาการปวดไมเกรนเป็นอีกโรคหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย มักมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบผิดๆ ของเราเอง และมีการค้นพบว่ามีจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่สามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย หากรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้ นั่นคือ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าจุลินทรีย์จิ๋วตัวนี้กันค่ะ “พรีไบโอติกส์”  (Prebiotics) คืออะไร พรีไบโอติก คือ จุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่ไม่มีชีวิต ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานและการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้ ช่วยให้ระบบลำไส้และการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แต่เนื่องจากมันไม่สามารถถูกดูดซึมและย่อยที่ลำไส้เล็กได้ มันจึงถูกลำเลียงผ่านลำไส้และถูกดูดซึมที่ลำไส้ใหญ่ และถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียที่ชื่อว่า โพรไบโอติกส์ (Probiotics) กล่าวง่ายๆ พรีไบโอติกส์คืออาหารโพรไบโอติกส์นั่นเอง  ทานพรีไบโอติกส์ เสริมภูมิคุ้มกันและลดปวดไมเกรน พรีไบโอติกส์จะได้ผลดี ถ้ามันมีมากพอที่จะเป็นอาหารของเจ้าโพรไบโอติกส์ ถ้ามันทั้งสองทำงานร่วมกันได้ ไม่เพียงช่วยกระตุ้นให้จุลินทรีย์ตัวดีของร่างกายให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นและทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่มันจะยิ่งช่วยเสริมการทำงานของระบบลำไส้ ทั้งในเรื่องของการดูดซึมสารอาหารและการย่อย  ซึ่งถ้าระบบลำไส้ดี ก็จะส่งผลให้การทำงานของระบบสมองทำงานได้ดีด้วย  และอย่างที่เคยกล่าวไว้ในบทความครั้งก่อนว่า ระบบลำไส้และสมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าประสาทส่วนกลางเกิดปัญหา ไม่ว่าจะมาจากการอักเสบในสมอง หรือการทำงานในระบบลำไส้ไม่ปกติ ก็จะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยในร่างกายอย่างโรคไมเกรนได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรเลือกบริโภคอาหารที่มีพรีไบโอติกส์ด้วยค่ะ แหล่งอาหารสร้างพรีไบโอติกส์ โดยปกติจุลินทรีย์จำพวกพรีไบโอติกส์พบได้ในอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน โดยแหล่งอาหารที่เป็นตัวสร้างจุลินทรีย์พรีไบโอติกส์ แบ่งออกเป็น…

  • 4 ระยะ ต้องรู้เกี่ยวกับไมเกรน

    ไมเกรน อาการปวดศีรษะชนิดหนึ่ง ที่พบมากในกลุ่มวัยกลางคน ตั้งแต่อายุประมาณ 10 กว่า ไปจนถึง 40 ปี  ซึ่งส่วนใหญ่มักมีความเครียดสะสมจากการทำงานที่หนักจนเกินไป หรือใช้ร่างกายทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างหักโหม รวมถึงการพักผ่อนน้อย รับประทานอาหารไม่เพียงพอ เป็นต้น  วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักอาการปวดไมเกรนเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนทราบถึงที่มาและสาเหตุเบื้องต้นของอาการปวด และสามารถหาทางป้องกันหรือแก้ไขได้ค่ะ อาการปวดศีรษะของผู้ป่วยไมเกรน หลายๆ คนที่มีอาการปวดไมเกรนอยู่แล้ว มักจะทราบกันดีว่า จะมีอาการปวดศีรษะแตกต่างกันไป บางคนปวดเพียงข้างเดียว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของอาการปวดไมเกรน บางคนปวดสลับข้างซ้ายและขวา ในขณะที่บางคนปวดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง  อาการปวดไมเกรนนี้จะมีลักษณะปวดตุ้บๆ หนึบๆ คล้ายๆ กับการเต้นของจังหวะชีพจร เนื่องจากว่าเกิดการหดตัวและขยายตัวของหลอดเลือดในสมองที่ผิดปกติ จนเกิดอาการปวดตามมา แต่หลายๆ คน อาจไม่เคยสังเกตว่า ก่อนที่อาการปวดไมเกรนจะเกิดขึ้น มักมีจะมีอาการบางอย่างเป็นสัญญาณเตือนให้เราทราบล่วงหน้าว่า ไมเกรนกำลังจะมา  4 ระยะ ของอาการปวดไมเกรน  โดยทั่วไปแล้วอาการปวดไมเกรนแบบมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เราจะเรียกว่า ปวดไมเกรนแบบมีอาการนำ ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้ เป็นระยะเริ่มต้นก่อนจะมีอาการปวดตามมา ส่วนใหญ่จะกินเวลาประมาณไม่กี่ชั่วโมง หรือ 1-2 วัน…

  • ปวดไมเกรนตอนท้อง ควรทำอย่างไร ?

    เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ความปลอดภัยของลูกน้อยในท้อง คือสิ่งที่สำคัญที่สุด คุณแม่หลายคน ที่เกิดอาการเจ็บป่วยในช่วงตั้งท้องจะมีความวิตกกังวลค่อนข้างมาก ไม่อยากรับประทานยา เพราะห่วงสุขภาพและผลกระทบที่อาจส่งไปถึงลูก และยิ่งหากมีอาการปวดไมเกรนตอนท้องด้วยแล้ว ยิ่งแย่เข้าไปอีก เพราะยาบางชนิดไม่สามารถใช้ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ได้  วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า อาการปวดไมเกรนตอนตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีแนวทางไหนที่ใช้รักษาหรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้บ้างกันค่ะ  ปัจจัยการเกิดไมเกรนในคนท้อง ภาวะการปวดไมเกรนในผู้หญิงตั้งครรภ์ พบว่ามีสัดส่วนถึงร้อยละ 50 ที่เกิดอาการดังกล่าว และมีปัจจัยหลายประการที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดขึ้นได้ง่าย เพราะระยะนี้คุณแม่จะไวต่อการสัมผัสหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ง่าย เนื่องจากสมองเกิดการหดตัวหรือหลอดเลือดในสมองอักเสบจนเกิดอาการปวดไมเกรนแบบกระทันหันขึ้น ส่วนใหญ่แล้วอาการปวดที่เกิดขึ้นนั้น พบว่าล้วนมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของตัวคุณแม่เอง รวมถึงมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้นเป็นบางส่วนด้วย เช่น ปวดหัวไมเกรนตอนท้อง รักษาอย่างไร? โดยทั่วไปแล้วในช่วงระยะที่มีการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจมีอาการปวดศีรษะได้จากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้น หรือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โดยจะเริ่มมีอาการในช่วงไตรมาสแรกที่ตั้งท้อง  โดยการรักษาสามารถใช้ยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพรินรักษาอาการปวดเฉียบพลัน หรือใช้พาราเซตามอลหรือไทลินอลได้หากอาการปวดไม่รุนแรงมากนัก โดยใช้เมื่อมีอาการปวดเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทานล่วงหน้าหรือทานดักไว้ก่อน และต้องระมัดระวังใช้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม และห้ามใช้ยาเกินขนาดเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเด็กทารกได้ นอกจากนี้ ยังควรใช้วิธีทางธรรมชาติบำบัดในการรักษาด้วย เช่น พักผ่อนอย่างเพียง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบหลักโภชนาการ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรน เช่น อาหารที่มีไทโรนีนสูงๆ อย่าง ผงชูรส กล้วยหอม และอื่นๆ…