Migraine

  • ผล็อยหลับไปพร้อมมือถือ ภัยร้ายของคนปวดไมเกรน

    -เล่นมือถือก่อนนอน สุขภาพ เสี่ยงปวดไมเกรน-เล่นมือถือก่อนนอน ภัยเงียบของคนไมเกรน-หยุดเล่นมือถือก่อนเข้านอน ลดปวดไมเกรนได้-คนเป็นไมเกรนต้องรู้ เล่นมือถือก่อนนอนส่งผลร้ายกับคุณ!-สมาร์ตโฟน ลมหายใจ นอนไม่หลับ กับไมเกรน ปัจจุบันสมาร์ตโฟนหรือมือถือเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิตไปแล้ว แต่บางคนกลับมีพฤติกรรมติดมือถือมากเกินกว่าความจำเป็น เรียกว่าก่อนเข้านอนต้องเล่นมือถือ เมื่อลืมตาต้องเปิดดูทันทีคุณรู้ไหมคะว่า พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้สุขภาพของคุณพังมาก และยังเป็นตัวกระตุ้นให้ปวดไมเกรนได้มากขึ้นด้วยค่ะ เล่นมือถือก่อน กระตุ้นอาการปวดไมเกรนจริงไหม? หลายๆ คนทราบนะคะ ว่าการเล่นมือถือก่อนเข้านอนไม่ใช่เรื่องดี แต่ก็ยังเลิกไม่ได้ เพราะมันน่าสนใจและสนุกทุกครั้งที่ได้ใช้มือปัดหน้าจอขึ้นลงไปมา แถมยังได้คุยตอบโต้กับเพื่อนๆ ในกลุ่มได้อย่างเพลิดเพลิน บางคนคิดว่าเล่นมือถือก่อนนอนเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้คุณหลับง่ายขึ้น แต่ความคิดแบบนี้ ผิดอย่างมหันต์เลยค่ะ! เพราะนอกจากว่ามันจะไม่ได้ช่วยให้คุณนอนหลับแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะหรือปวดหัวไมเกรนตามมาด้วยค่ะ แสงสีฟ้า (Blue Light) แสงสีฟ้า (Blue Light) จากจออุปกรณ์เหล่านี้ เป็นตัวกระตุ้นให้สมองเกิดการตื่นตัวและต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา มันเป็นตัวการสำคัญที่เข้าไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินในสมอง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการนอนหลับของร่างกาย ทำให้การนอนหลับเป็นไปได้ยากขึ้น หรือนอนหลับได้ไม่สนิท  บางคนนอนได้น้อยลง บางคนมีอาการหลับยากหรือนอนไม่หลับ กลายเป็นพักผ่อนน้อยไป เป็นสาเหตุให้ร่างกายอ่อนแอ และทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ค่ะ เพราะในขณะที่สายตาของเรากำลังจดจ่อกับภาพหรือข้อความบนหน้าจอมือถือ ทั้งสายตาและสมองต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ส่งผลไปถึงการหายใจ ที่ไม่สามารถหายใจเข้าสู่ปอดได้อย่างเต็มที่  บางคนเล่นมือถือจนเผลอหลับไปก็มี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณได้พักผ่อนนอนหลับแล้ว…

  • 10 อาหาร เพิ่มเมลาโทนิน นอนหลับดี ลดปวดไมเกรน

    -น่าทึ่ง! 10 อาหาร สร้างเมลาโทนิน ต้านไมเกรน-กิน 10 อย่างนี้ เมลาโทนินพุ่ง ลดปวดไมเกรนได้!-ลดปวดไมเกรน เพิ่มเมลาโทนิน เพียงกินสิ่งนี้-ต้องกิน 10 อย่าง สร้างเมลาโทนิน ลดปวดไมเกรน เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการหดและขยายตัวของเส้นเลือด และมีการศึกษาว่าสามารถใช้รักษาอาการปวดไมเกรนได้ในกลุ่มผู้ใหญ่ วันนี้ เราจะชวนทุกคนมาเพิ่มเมลาโทนินด้วยอาหารที่เราสามารถหาได้ในธรรมชาติ สร้างภูมิต้านทาน ลดอาการปวดไมเกรนกันค่ะ นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารประเภทโปรตีนแล้ว ไข่ยังมีเมลาโทนินสูงอีกด้วย โดยมีการศึกษาแล้วว่า คนเราสามารถรับประทานไข่ได้ถึงวันละ 6-7 ฟองเลยทีเดียวค่ะ อย่าลืมโด๊ปไข่กันเยอะๆ ช่วยป้องกันไมเกรนได้ค่ะ เป็นผักที่จัดว่ามีปริมาณเมลาโทนินสูงมาก โดยมีการวิเคราะห์มาแล้วว่าหัวผักกาดขาว 1 กรัม ให้ปริมาณเมลาโทนินสูงถึง 213.58 นาโนกรัม ว่าแล้วลองหันมาทานหัวผักกาดขาวเป็นหนึ่งในเมนูหลัก ลดปวดไมเกรนดีกว่าค่ะ ชาวไมเกรนทุกคนนคะ โปรดอย่ามองข้ามผักที่มีกลิ่นฉุนอย่างหัวหอมไปนะคะ เพราะจากงานวิจัยค้นพบว่าหัวหอมมีเมลาโทนินถึง 187.74 นาโนกรัม/กรัม มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ พืชสมุนไพรพื้นบ้านอย่างตะไคร้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้ลดอาการปวดไมเกรนลงได้เหมือนกันนะคะ อีกทั้งการสูดดมกลิ่นตะไคร้ยังอาจช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดจากไมเกรนได้ด้วยค่ะ อีกหนึ่งสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย ช่วยอาการเจ็บปวดอักเสบ ต้านการแข็งตัวของเลือด ช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น และพบว่าขมิ้นชัน…

  • “ฮอร์โมนเมลาโทนิน” (Melatonin) กล่อมคุณเข้านอน ลดปวดไมเกรนได้!

    -เติม “ฮอร์โมนเมลาโทนิน” (Melatonin) ช่วยลดปวดไมเกรน-บอกลาไมเกรน เพิ่มฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้คุณนอนหลับง่าย-ลดปวดไมเกรน ด้วยฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin)-คนเป็นไมเกรนฟังทางนี้ ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยคุณได้อย่างไร?-ปวดไมเกรนต้องรู้ ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยคุณได้! อย่างที่เราทราบกันดีว่า อาการนอนไม่หลับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน เพราะเมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะเกิดการแปรปรวนของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคไมเกรนเป็นทุนเดิม ก็จะยิ่งมีอาการปวดหัวมากขึ้น วันนี้เรามีวิธีทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้นอนหลับดีขึ้นและช่วยลดปวดไมเกรนได้มาฝากกันค่ะ  รู้จัก “ฮอร์โมนเมลาโทนิน” (Melatonin)  ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ โดยมีต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่อยู่ใต้สมองเป็นผู้ผลิตฮอร์โมนดังกล่าว  ฮอร์โมนเมลาโทนินมีความสัมพันธ์กับการนอนของคนเรา โดยมันจะเป็นตัวควบคุมการนอนหลับและมีความเกี่ยวข้องกับวงจรการนอนของเรา ร่างกายจะค่อยๆ ผลิตเมลาโทนินออกมาในช่วงเวลากลางคืนที่มีแสงสว่างน้อยหรือไม่มีแสงเลย จึงทำให้เมลาโทนินมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “Dracula of Hormones”  ฮอร์โมนเมลาโทนินจะเริ่มผลิตออกมาในช่วงเวลา 3 ทุ่ม และจะผลิตออกมามากที่สุดในช่วงระหว่าง 22.00-23.00 น. เราจึงมักง่วงนอนในเวลานั้น และถ้าใครที่มีระดับเมลาโทนินมากก็จะนอนหลับได้ง่ายขึ้น และหลับได้นานขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดีมากๆ เพราะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และช่วยให้ผู้ป่วยไมเกรนไม่ปวดหัวด้วยค่ะ  จากการรายงานขององค์กร The…

  • เลิกปวดหัว เลิกนับแกะ มาจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ยกันเถอะ!

    -จัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย สู้ไมเกรน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ฮวงจุ้ยจัดห้องนอน ลดปวดไมเกรนได้! 5 เทคนิคจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย แก้ปวดไมเกรนได้!-น่ารู้! เทคนิคจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย ลดอาการปวดไมเกรนได้-รู้หรือไม่ จัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย แก้ไมเกรนได้นะ! คนเราใช้งานร่างกายทุกวันก็ย่อมต้องการนอนหลับพักผ่อนเพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ให้ร่างกายเป็นธรรมดา โดยเฉพาะคนที่เป็นไมเกรนด้วยแล้ว การได้นอนหลับยาวๆ แบบเต็มอิ่ม ถือเป็นเรื่องที่วิเศษมากเลยค่ะ  วันนี้เรามีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับการจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย ที่อาจจะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนหลับสนิทมากขึ้น และช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้มาฝากทุกคนกันค่ะ มาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง… 1. ตำแหน่งดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ตามความเชื่อของชาวจีนกล่าวไว้ว่า ตำแหน่งห้องนอนที่ดี ควรจะมีโถงกว้างเพื่อรับพลังงานชี่ อันเป็นพลังงานไหลเวียนที่ดีให้กับผู้นอน อีกทั้งตำแหน่งของห้องนอนควรอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน เพราะจะเป็นจุดที่ไม่ต้องปะทะกับแสงหรือเสียงมากเกินไป ช่วยให้นอนหลับสนิทได้ตลอดทั้งคืน ไม่หลับๆ ตื่นๆ ไม่ปวดหัวไมเกรนค่ะ  2. รูปทรงสี่เหลี่ยม หลีกเลี่ยงทิศตะวันตก ห้องนอนที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยต้องมีรูปทรงสี่เหลี่ยม เพราะเชื่อว่าช่วยรับพลังงานที่ดีได้ และไม่ควรจัดห้องนอนไว้ด้านทิศตะวันตกของตัวบ้าน เพราะตกบ่ายมา จะรับแสงแดดเต็มๆ ทำให้ห้องนอนร้อน อากาศไม่ถ่ายเท นอนหลับไม่สบาย และอาจทำให้ปวดหัวไมเกรนได้เนื่องจากความร้อนที่สะสมค่ะ 3. เลือกเตียงนอนให้ดี ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าเตียงนอนที่ดีต้องมีความมั่นคงเหมือนภูผา ดังนั้นเตียงนอนควรจะต้องมีหัวเตียงที่มั่นคงแข็งแรง พื้นเตียงไม่ติดพื้น ขาเตียงควรยกสูง เพื่อให้พลังชี่ไหลเวียนได้ดี ช่วยให้นอนหลับได้ดี…

  • จัดห้องนอนให้ได้นอน ปราบไมเกรนได้!

    จัดห้องนอนดี นอนเต็มอิ่ม ไม่ปวดไมเกรน มาจัดห้องนอน สู้ไมเกรนกันเถอะ! รู้หรือไม่? จัดห้องนอนดี ช่วยลดปวดไมเกรนได้นะ ห้องนอนดี หลับสบาย หายห่วงเรื่องปวดไมเกรน 8 เรื่องน่ารู้! การจัดห้องนอน สู้โรคไมเกรน ทริครับมือไมเกรนง่ายๆ ด้วยการจัดห้องนอน การนอนหลับพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย เข้าสู่โหมดซ่อมแซมตนเอง สมองได้พักและกำจัดของเสียออก ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ รวมถึงช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้ด้วยค่ะ วันนี้เราจะมาพาชาวไมเกรนทุกคนไปจัดห้องนอนให้น่าอยู่ น่านอน ช่วยลดอาการปวดไมเกรนกันค่ะ เพราะเราใช้ชีวิตในห้องนอนเฉลี่ยแล้ว 8 ชั่วโมงต่อวัน เรียกว่า 1 ใน 3 ของชีวิต เราอยู่บนห้องนอน ดังนั้นการเลือกตำแหน่งห้องนอนที่ดีตั้งแต่แรก จะช่วยให้การนอนหลับของคุณมีคุณภาพมากขึ้นค่ะ  ตำแหน่งห้องนอนที่ดีนั้นควรอยู่หลังบ้าน เพราะตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เป็นจุดที่ไม่ต้องปะทะกับเสียง ผู้คน หรือชุมชน ช่วยให้การนอนหลับสบายมากขึ้น ทำให้สุขภาพดี และลดปวดไมเกรนได้ อย่าตั้งเตียงไว้ตรงประตูหรือแนวเดียวกับประตูห้อง เพราะมันจะต้องมีการเปิดเข้าเปิดออก ซึ่งมันรบกวนการนอนของคุณโดยตรง และยังทำให้คุณต้องพะวงอีกด้วยว่าจะมีใครเปิดเข้ามาหรือไม่ ทำให้คุณนอนหลับไม่สนิท และอาจปวดหัวเพราะนอนไม่พอได้ค่ะ นอกจากนี้ยังไม่ควรวางเตียงไว้ใกล้กับประตูห้องน้ำนะคะ เพราะห้องน้ำจะมีความชื้นอยู่สูง และยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคด้วย คุณอาจกลายเป็นผู้ที่มีสุขภาพไม่ดี…

  • 5 ทริคง่ายๆ เติมน้ำให้ร่างกาย ป้องกันปวดไมเกรน

    การเติมน้ำให้ร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะประมาณร้อยละ 60-70 ของร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก หากร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำขึ้นแล้ว ก็จะเป็นสาเหตุให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และยังเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนตามมาได้ วันนี้ เราจะมาแนะนำ 9 ทริคง่ายๆ ช่วยเติมน้ำให้กับร่างกาย ช่วยให้เราห่างไกลจากไมเกรนได้มากขึ้นกันค่ะ การจิบน้ำหรือดื่มน้ำบ่อยๆ ระหว่างวันเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายของเราไม่เข้าไปสู่โหมดการขาดน้ำ โดยการเติมน้ำที่ดีให้แก่ร่างกาย ควรเป็นการจิบน้ำบ่อยๆ ในปริมาณที่ไม่มากนัก และในแต่ละวันควรดื่มน้ำให้ได้ถึงวันละ 2- 2.5 ลิตร (The European Food Safety Authority (EFSA) แนะนำว่าผู้ชายควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 2.5 ลิตร ในขณะที่ผู้หญิงควรดื่มนำ้ให้ได้วันละ 2 ลิตร) หรือประมาณ 8-12 แก้วขนาดมาตรฐาน ก็จะช่วยให้สมองเกิดความชุ่มชื้น เลือดไหลเวียนได้เป็นปกติ ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ อาการปวดไมเกรนก็จะไม่มาเยือนค่ะ หากคุณเกิดภาวะขาดน้ำ และเริ่มมีอาการปวดศีรษะเกิดขึ้นแล้ว ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมทันที แต่อาจใช้เวลาประมาณ 30 นาที – 3 ชั่วโมง ร่างกายจึงจะปรับตัว และปริมาณของเหลวในร่างกายกลับมาอยู่ในสภาวะปกติค่ะ หลายคนเข้าใจผิดนะคะว่าการดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์เป็นการเติมน้ำให้ร่างกาย แต่สังเกตดูดีๆ…

  • 9 สัญญาณเตือน! ร่างกายขาดน้ำ นำไปสู่อาการปวดไมเกรน

    เพราะภาวะการขาดน้ำ (Dehydration) เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ วันนี้เรามี 9 สัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ เพื่อป้องกันอาการปวดไมเกรนกันค่ะ  เป็นอาการแรกๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดน้ำเลยค่ะ เราจะรู้สึกอยากดื่มน้ำมากกว่าปกติ ริมฝีปากจะแห้งผาก คอแห้ง กลืนน้ำลายยาก รู้สึกน้ำลายเหนียวฝืดในปาก บางคนมีกลิ่นปาก เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างน้ำลายได้เพียงพอ ทำให้มีแบคทีเรียในช่องปากมากขึ้น เป็นที่มาของกลิ่นปากได้ หากปล่อยไว้นานก็จะพาลให้หงุดหงิด และปวดหัวได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า หากเราไม่หิวน้ำ ก็จะไม่มีภาวะขาดน้ำนะคะ เพราะบางคนมีอาการเหมือนทานน้ำไม่อิ่ม ก็จะดื่มน้ำบ่อยมากขึ้น จนระดับของเหลวในร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อนั้นอาการขาดน้ำก็จะหายไปค่ะ หลายๆ คน เมื่อขาดน้ำมักมีอาการปวดศีรษะตามมา เนื่องจากน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของสมอง เมื่อขาดน้ำ เนื้อเยื่อสมองก็ขาดความชุ่มชื้นและมีการหดตัวลงมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดอักเสบที่บริเวณสมองขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้ระดับเลือดลดลงไปด้วย ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไม่ดี ความดันโลหิตลดต่ำลง ทำให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และปวดไมเกรนตามมาได้  เป็นอาการอีกอย่างหนึ่งที่สังเกตได้ชัดมากๆ เลยค่ะว่า ร่างกายกำลังขาดน้ำอยู่ บางคนจะมีปัสสาวะสีเหลืองเข้ม และปัสสาวะได้น้อย และอาจรู้สึกติดขัดหรือปัสสาวะลำบาก ไม่พุ่ง อีกหนึ่งอาการที่พบได้ในยามที่ร่างกายขาดน้ำ โดยจะมีอาการชาหรือเป็นตะคริวตามปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะกับผู้ที่ออกกำลังกายหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน อย่างนักฟุตบอลที่มักจะเป็นตะคริวได้บ่อยระหว่างการแข่งขันค่ะ  โดยเฉพาะกับผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง หรือผู้ที่อยู่ในที่ที่อุณหภูมิสูงหรืออากาศร้อน อยู่กลางแจ้งแดดเปรี้ยง ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายขับของเสียออกมาในรูปของเหงื่อมากขึ้น…

  • รู้หรือไม่? ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) กระตุ้นให้คุณปวดไมเกรนได้!

    – ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงเป็นไมเกรน รู้หรือไม่? ปวดไมเกรนเกิดจากร่างกายขาดน้ำ (Dehydration) คนเป็นไมเกรนห้ามขาดน้ำ (Dehydration) คนเป็นไมเกรน อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ (Dehydration) เด็ดขาด! อย่างที่เราทราบกันดีว่า “น้ำ” เป็นส่วนประกอบที่สำคัญซึ่งจะมีอยู่ในทุกๆ ส่วนของร่างกาย แต่เชื่อไหมคะว่าหลายๆ คน ยังละเลยที่จะดื่มน้ำ ทำให้ร่างกายได้รับน้ำน้อยลง หรืออาจถึงขั้นเกิด “ภาวะขาดน้ำ” (Dehydration) ขึ้น และกลายเป็นที่มีของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นั่นรวมถึง ไมเกรน ด้วยค่ะ ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เป็นอย่างไร? กล่าวให้เข้าใจกันง่ายๆ เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา ริมฝีปากแตกแห้ง เมื่อนั้นแหละค่ะ ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำ (Dehydration)  ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ร่างกายเกิดการสูญเสียน้ำมากกว่าที่จะได้รับ โดยภาวะการขาดน้ำเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น การดื่มน้ำน้อยเกินไป การสูญเสียเหงื่อเนื่องจากการออกกำลังกายอย่างหนัก หรืออยู่ในที่ที่อุณหภูมิสูงหรือร้อนจัดทำให้เสียเหงื่อเพิ่มมากขึ้น อาการเจ็บป่วยบางอย่างที่ทำให้ร่างกายเสียน้ำในปริมาณมากๆ เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน  นอกจากนี้ ภาวะขาดน้ำยังเกิดจากการปัสสาวะบ่อยๆ เนื่องจากการทานยาบางชนิดที่มีผลทำให้เกิดการขับปัสสาวะออกจากร่างกายมากขึ้น  ภาวะขาดน้ำมักพบได้มาในเด็กทารก…

  • 5 Don’ts อย่าหาทำ ไม่เสี่ยงไมเกรน

    พฤติกรรมของเราที่หลายๆ คนมองข้ามว่า และคิดว่าไม่เป็นไร แต่รู้ไหมคะว่า มันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการปวดไมเกรนไม่หายสักที 1. ใช้สมาร์ตโฟน แท็ปเล็ต คอมพิวเตอร์ก่อนนอนเป็นเรื่องที่ทุกคนมองข้ามจริงๆ ค่ะ สำหรับการใช้อุปกรณ์พวกสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ก่อนเวลานอน รู้ไหมคะว่า แสงสีฟ้าจากจออุปกรณ์เหล่านี้นี่แหละ เป็นตัวกระตุ้นให้สมองเกิดการตื่นตัว ยับยั้งการผลิตเมลาโทนินที่ช่วยเรื่องการนอนหลับให้ลดน้อยลง ส่งผลให้บางคนนอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับ รบกวนการพักผ่อน เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นได้ หนำซ้ำ บางคนยังชอบเล่นมือถือขณะปิดไฟมืดสนิทเพราะคิดว่าจะช่วยให้หลับง่าย แต่เปล่าเลยค่ะ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาต้องเพ่งมองและทำงานหนักมากขึ้น จนมีอาการปวดตา ปวดหัว หรือปวดไมเกรนได้ในที่สุดค่ะ 2. ทานแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมีหลายคนเลยค่ะที่เข้าใจผิดว่าแอลกอฮอล์ช่วยให้เรานอนหลับได้ดี ได้นานขึ้น จริงค่ะ คุณสามารถนอนหลับได้เพราะแอลกอฮฮล์ แต่ไม่จริงตรงที่ว่าหลับดีขึ้น นานขึ้น เพราะว่าแอลกอฮอล์รบกวนการนอนของเรามากกว่าค่ะ กระตุ้นให้เราต้องตื่นนอนเป็นพักๆ ตลอดทั้งคืน เนื่องจากปวดปัสสาวะบ่อย ต้องลุกเข้าห้องน้ำ หรือหิวน้ำเพราะการขาดน้ำเนื่องจากแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ หลังจากตื่นนอนขึ้นมาอีกวัน มักมีอาการปวดศีรษะตามมา รวมถึงปวดหัวไมเกรนด้วยค่ะ รวมถึงเครื่องดื่มคาเฟอีนที่เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น เพิ่มการสูบฉีดเลือด ใจสั่นเต้นแรง ผลที่ตามมาคือ นอนไม่หลับ และปวดหัว โดยเฉพาะกับผู้ที่ทานคาเฟอีนหลังบ่าย 3 โมงไปแล้ว หรือผู้ที่ทานคาเฟอีนมากๆ…

  • 5 Do’s ควรทำ แก้ปวดไมเกรน

    วันนี้เรามีทริคง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยาเคมีมาฝากกันค่ะ   1. จัดระเบียบห้องให้น่านอนห้องนอนที่สะอาด เรียบร้อย มีสภาพแวดล้อมที่ดี ช่วยให้คุณนอนหลับได้ดี ช่วยลดปวดไมเกรนได้อีกทางหนึ่ง เลือกใช้ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนโทนสีอ่อน ช่วยผ่อนคลายดวงตา รู้สึกสบายใจ รวมถึงเลือกใช้ผ้าม่านแบบทึบแสง เพื่อป้องกันแสงจากภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนในระหว่างนอนหลับ ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป เพราะเสียงดัง แสงสว่าง หรือแม้กระทั่งอากาศที่ผิดปกติ ส่งผลให้คุณนอนหลับได้ไม่สนิท หรือแม้เราจะไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกแต่ก็ยังรบกวนการนอนของเราอยู่ดีค่ะ  2. ปรับเวลานอนให้ตรงเวลาโดยปกติแล้วในนวัยทำงานหรือวัยผู้ใหญ่ต้องการการพักผ่อนต่อวันประมาณ 7-8 ชั่วโมง การปรับนิสัยให้ตื่นนอนและเข้านอนตรงตามเวลาอยู่ทุกวัน เป็นเรื่องดีสำหรับชาวไมเกรนนะคะ เพราะช่วยเซ็ตนาฬิกาชีวิตให้เป็นระบบ รู้กำหนดการพักผ่อนที่ดีและเพียงพอต่อร่างกาย ช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดอาการปวดหัวลงได้ และหากง่วงหรือต้องการพักผ่อนระหว่างวัน ก็ไม่ควรเกิน 30 นาทีนะคะ เพราะจะรบกวนเวลานอนตามปกติของเราในเวลากลางคืน และทำให้เวลาเข้านอนผิดเพี้ยนไปได้ค่ะ 3. ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรคภัยไขเจ็บ รวมถึงอาการปวดไมเกรนได้ด้วยค่ะ เพราะการออกกำลังกายแต่พอดีและเหมาะสม ช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ การหดตัวของกล้ามเนื้อหลอดเลือดในสมองทำงานได้ดีเป็นปกติ ช่วยให้นอนหลับดี และช่วยให้ไมเกรนที่เป็นอยู่กำเริบได้น้อยลงค่ะ 4. ไม่เครียดความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ เนื่องจากเมื่อเกิดความเครียดขึ้น การหดเกร็งของกล้ามเนื้อต่างๆ ในร่างกาย…