จุดกำเนิดนวดฝ่าเท้า แก้อาการไมเกรนได้จริงหรือไม่?

ย้อนกลับไปในยุคที่อาณาจักรอียิปต์ยังรุ่งเรือง พบว่ามีการนวดฝ่าเท้าเพื่อใช้รักษาอาการเจ็บป่วยแล้ว โดยพบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ คือ ภาพวาดเขียนบนฝาผนังในพีระมิดแห่งหนึ่งของประเทศอียิปต์ เป็นภาพวาดแสดงเรื่องราวการนวดเท้า นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานการนวดฝ่าเท้าเพิ่มเติมในประเทศอินเดีย โดยเป็นภาพจารึกที่แสดงถึงการนวดฝ่าเท้าในรอยพระพุทธบาท
เข้าสู่ช่วงยุคหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในโลกตะวันตก และเป็นยุคเฟื่องฟูของวิทยาการความรู้ มีทฤษฎีทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นมีทฤษฎีหนึ่งที่ถือเป็นต้นกำเนิดของการนวดฝ่าเท้าในปัจจุบัน คือ “ทฤษฎีโซน” (Zone Theory) โดย ดร.วิลเลี่ยม เอช.ฟิตช์เจอรัลด์ (Dr.William H.Fitzgerald) เป็นผู้ทำการศึกษาและคิดค้นวิธีดังกล่าวขึ้นในปี 1913 และได้เผยแพร่เป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ในเวลาต่อมา
Zone Theory: ต้นกำเนิดการนวดกดจุดรักษาโรค
ดร.วิลเลี่ยม เอช.ฟิตช์เจอรัลด์ กล่าวถึง Zone Theory หรือทฤษฎีโซนว่า ในร่างกายของคนเรานั้นมีพลังงานที่เชื่อมโยงอวัยวะส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันทั่วทั้งร่างกาย โดยมีเส้นทางเดินที่เชื่อมต่อถึงกันเริ่มจากที่เท้าหรือมือขึ้นสู่ศีรษะ หากเส้นทางเดินเส้นใดเส้นหนึ่งเกิดการติดขัด จะส่งผลให้พลังงานและเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก ถูกขัดขวาง เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเจ็บปวดตามมา

ดังนั้น การรักษาตามโซนด้วยการนวดกดจุดที่มือหรือเท้า จะช่วยเปิดเส้นทางการไหลเวียนของเลือดและพลังงาน ช่วยการติดขัด ทำให้การเส้นทางการไหลเวียนเลือดโล่งและเกิดภาวะสมดุล
ทฤษฎีเส้นพลังเส้น (Meridian Theory) การนวดกดจุดฝ่าเท้า
ในราวปี ค.ศ. 1930 นักกายภาพบำบัดชาวอเมริกัน ชื่อ Eunice Ingham ได้นำทฤษฎีโซนมาศึกษาเพิ่มเติม และเขาได้ค้นพบตำแหน่งนวดกดจุดที่มีประสิทธิภาพและสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยในร่างกายต่างๆ ได้ดีที่สุด คือ บริเวณฝ่าเท้า
เขาได้ค้นคว้าเพิ่มเติมและศึกษาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับฝ่าเท้าโดยเฉพาะ เรียกว่า “Reflexology” หรือที่เรียกขานกันว่า “มารดาแห่งการนวดกดจุดสะท้อนเท้า” และได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งจนตกผลึกออกมาเป็น ทฤษฎีพลังเส้น (Meridian Theory)

ทฤษฎีพลังเส้น เน้นความสัมพันธ์ไปที่จุดสะท้อนที่บริเวณปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
และเขาเจาะลึกลงไปเพิ่มเติมว่า บริเวณฝ่าเท้าเป็นจุดที่นวดสะท้อนได้ดีที่สุด พร้อมทั้งสร้างแผนผังเท้าที่แสดงถึงความสัมพันธ์กันระหว่างเส้นทางเดินพลังและจุดสะท้อนบริเวณต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับอวัยวะในร่างกาย (Visceral Organs) ที่เรียกว่า Foot Reflex Theory
Foot Reflex Theory กระจกเงาสะท้อนอาการปวดไมเกรน

แผนผัง Foot Reflex Theory เป็นภาพแสดงตามหลักกายวิภาคศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างตำแหน่งจุดกดที่บริเวณเท้ากับอวัยวะส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย เปรียบเสมือน จุดสะท้อนในกระจกเงาที่แสดงให้เห็นลักษณะอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย หรือกล่าวง่ายๆ ว่า เท้าของคนเรามีตำแหน่งการตอบสนองที่สัมพันธ์กับทุกส่วนของร่างกาย เรียกว่า กระบวนการสะท้อนกลับของเท้า (Foot Reflexology) นั่นเอง
เมื่อออกแรงกดที่บริเวณปลายนิ้วเท้าด้านขวา ก็จะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในอวัยวะซีกขวา กลับกัน ถ้ากดจุดที่บริเวณปลายนิ้วเท้าในซีกซ้ายก็จะส่งผลต่ออวัยวะซีกซ้าย (ตามทฤษฎีโซน) โดยมีการทดลองนวดกดจุดในผู้ป่วยจำนวนมากหลายร้อยคน พบว่า เมื่อกดจุดบริเวณปลายนิ้วหัวแม่เท้าแล้ว ผู้ป่วยจะเกิดความรู้สึกไม่สบายตัว เจ็บปวดบริเวณนั้น และมีเสียงดัง กรึบๆ (Gritting) เกิดขึ้น ซึ่งผลปรากฏว่าบริเวณที่กดแล้วรู้สึกเจ็บนั้นมีความสัมพันธ์กับโรคที่เป็นอยู่
ด้วยเหตุนี้ ในผู้ที่มีอาการปวดไมเกรน หากได้ทดลองนวดกดจุดที่ฝ่าเท้าแล้ว จะพบว่าส่วนใหญ่มักเกิดความเจ็บปวดที่บริเวณปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งมีอาการติดขัด อักเสบ หรือเจ็บปวด และมีความเชื่อมโยงกับระบบประสาทสมองส่วนบน ดังนั้น การนวดกดจุดในบริเวณดังกล่าว จะช่วยเปิดเส้นทางการไหลเวียนของเลือดให้ขึ้นสู่ศีรษะด้านบน ทำให้เลือดและสารอาหารไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ และมีส่วนช่วยให้อาการปวดไมเกรนทุเลาลงได้นั่นเองค่ะ
นอกจากนี้ การนวดกดจุดฝ่าเท้าที่ตำแหน่งอื่นๆ ของเท้าแต่ละโซนร่วมด้วย เพื่อแก้อาการเฉพาะจุดที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับอาการไมเกรน เช่น การนวดกดจุดเพื่อแก้อาการที่ระบบย่อยอาหาร การนวดเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ หรือการนวดเพื่อแก้ที่ระบบประสาทการเคลื่อนไหวที่บริเวณบ่าและไหล่ ก็จะยิ่งทำให้การรักษาอาการปวดได้ผลดีมากยิ่งขึ้นนะคะ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ การนวดกดจุดเพื่อแก้อาการทีระบบย่อยอาหาร, การนวดเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ, การนวดเพื่อแก้ระบบประสาทการเคลื่อนไหวที่บริเวณบ่าและไหล่




