คนเป็นไมเกรนต้องระวัง! “ปวดหัวเรื้อรัง” เพราะใช้ยามากไป

  • ใช้ยามากเกินไป ก็ทำให้ปวดหัวไมเกรนไม่หายนะ
  • ระวัง! ปวดหัวไมเกรนไม่หาย เพราะใช้ยาเกินขนาด
  • ไม่อยากปวดหัวไมเกรนไปตลอด อย่าใช้ยาเกินขนาด
  • ปวดหัวไมเกรนมาก เพราะใช้ยามากเกินไป

อาการปวดหัวไมเกรนเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับใครหลายๆ คน บางคนจึงพยายามหาวิธีหยุดความทรมานที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีหนึ่งที่ใช้กันมากคือการรับประทานยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการอย่างรวดเร็วค่ะ 

หัวไมเกรนเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานใ

แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า บางครั้งแม้จะทานยาแก้ปวดแล้วก็ตาม แต่อาการปวดหัวไมเกรนไม่ได้หาย หนำซ้ำยังดูจะเป็นหนักมากขึ้นกว่าเดิมอีก นั่นอาจเป็นอาการที่กำลังบ่งบอกว่า เพื่อนๆ มี “อาการปวดหัวเพราะใช้ยาเกินขนาด” ก็เป็นได้ค่ะ

วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคนี้กันค่ะ…

“โรคปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด”  คืออะไร?

โรคปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด

อาการปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Medication Overuse Headache (MOH) เป็นอาการปวดหัวเรือรังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดติดต่อเป็นเวลานาน จนอาการปวดหัวนั้นไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา และอาการมักจะเป็นอยู่แบบเดิมและมีแนวโน้มที่จะปวดรุนแรงมากขึ้นค่ะ

ผู้ที่เป็นไมเกรนเสี่ยง “ปวดหัวมากขึ้น” เพราะใช้ยาเกินขนาด

ผู้ป่วยไมเกรนเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปวดหัวเรื้อรังเนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอลหรือยาในกลุ่ม NSAIDs โดยใช้มากกว่า 15 วัน ใน 1 เดือน และต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน

ผู้ที่เป็นไมเกรนเสี่ยง “ปวดหัวมากขึ้น” เพราะใช้ยาเกินขนาด

รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาเพื่อป้องกันหรือยับยั้งอาการปวดหัวไมเกรนอย่าง กลุ่มยาทริปแทน (Triptans) และกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ติดต่อกันมากกว่า 10 วัน ใน 1 เดือน เป็นเวลานานต่อเนื่องกัน 3 เดือน

แต่อาการปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาดยังรวมไปถึง การใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาคามเจ็บปวดตามข้อต่อต่างๆ หรือโรคอื่นๆ เช่น ปวดข้อรูมาตอยด์ ด้วยนะคะ

สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด

ที่เป็นเช่นนี่เพราะว่า ผู้ป่วยไมเกรนที่ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำต่อเนื่องเป็นเวลานาน สมองจะเกิด “ภาวะชินยา” (Tolerance) และตอบสนองกับตัวยาน้อยลง บางคนจึงทานยาในปริมาณเท่าเดิมแล้วไม่ได้ผลนั่นเองค่ะ 

สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาด

และยังสันนิษฐานว่าเป็นเพราะเส้นประสาทที่ใบหน้า หรือ Trigerminal System เป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 ที่เป็นตัวรับความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ถูกกระตุ้นด้วยตัวยาแก้ปวดอยู่เรื่อยๆ จนทำให้เกิดการเพิ่มเซลล์ประสาทที่ตอบสนองต่อการเจ็บปวดมากขึ้น และทำให้อาการเจ็บปวดเปลี่ยนแปลงไปด้วยค่ะ

“อาการปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยามากเกินไป” เป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวเรื้อรังเนื่องจากใช้ยาเกินขนาด ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอาการปวดหัวเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการปวดไมเกรน 

“อาการปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยามากเกินไป” เป็นอย่างไร?

เมื่อมีอาการปวดหัวเกิดขึ้นในครั้งต่อๆ ไป แล้วผู้ป่วยทานยาอาการไม่ดีขึ้นหรือไม่หายปวดหัว และหนักๆ เข้า อาการอาจะแย่ลงและมีความเจ็บปวดที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นค่ะ 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัวเรื้อรังต่อเนื่องทุกวัน หรืออาจปวดทั้งวันหรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยปวดแบบตื้อๆ หนักๆ เหมือนมีอะไรมาบีบรัด

และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยใช้ยาแก้ปวดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว และอาจเพิ่มปริมาณยาเองเพราะเข้าใจว่าอาการปวดที่ไม่หายไปนั้น เกินจากปริมาณยาเท่าเดิมรักษาไม่ได้ผลค่ะ

“ปวดหัวเพราะใช้ยาเกินขนาด” รักษาได้ไหม?

รักษาได้ค่ะ แต่ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมด้วยนะคะ โดยวิธีการรักษาแบ่งออก 2 แบบ ดังนี้

“ปวดหัวเพราะใช้ยาเกินขนาด” รักษาได้ไหม?
  1. หยุดยาที่ใช้เกินขนาดนั้นทันที 

เมื่อรู้ว่ากลุ่มยาตัวใดที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหัวเรื้อรัง ต้องหยุดยานั้นทันที แต่ผู้ป่วยอาจมีอาการถอนยาอย่างรุนแรงเกิดขึ้น เช่น ปวดหัวรุนแรงกว่าเดิม นอนไม่หลับ กระวนกระวาย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น แพทย์อาจเลือกใช้กลุ่มยาแก้ปวดที่ไม่รุนแรง ออกฤทธิ์ในระยะยาวทดแทน

  1. หยุดยาเดิมที่ใช้อย่างช้าๆ 

โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่ได้รับยาออกฤทธิ์เป็นยานอนหลับ หรือระงับอาการทางประสาท และใช้กลุ่มยาแก้ปวดทั่วไปเพื่อระงับอาการปวดหัวทดแทน

เลือกวิธีทางธรรมชาติบำบัด

การใช้ยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการไมเกรนก็มีผลเสียตามมา อย่างอาการปวดหัวเรื้อรังเพราะใช้ยาเกินขนาดได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวและอันตรายอย่างมากเลยนะคะ เพราะยาเคมีที่ใช้ยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงอื่นๆ ตามมาได้อีกด้วย

ดังนั้น เพื่อนๆ ที่ป่วยเป็นไมเกรนจึงควรระมัดระวังเมื่อใช้ยาเคมีเพื่อลดอาการปวด โดยควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้นนะคะ และลองหันเลือกวิธีทางธรรมชาติบำบัดโดยไม่ต้องพึ่งยาเคมีดูกันค่ะ ซึ่งก็มีหลากหายวิธีให้เลือกใช้ แม้ว่าจะเห็นผลช้ากว่าใช้ยาแบบทันใจ แต่ก็อุ่นใจเพราะไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงนะคะ