ลองนวดกดจุด ช่วยหยุดไมเกรนได้นะ

ลองนวดกดจุด ช่วยหยุดไมเกรนได้นะ

นวดกดจุด ช่วยหยุดไมเกรน
  • อยากหายปวดไมเกรน ให้ลองนวดกดจุดดูสิ ไมเกรนหายแน่ แค่นวดกดจุด นวดกดจุด ระงับปวดไมเกรนชะงัด

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริงในทุกยุคทุกสมัย และใช้ได้กับทุกคน

ยิ่งเป็นไมเกรนด้วยแล้ว คงต้องบอกเลยว่า เป็นกรรมอย่างหนึ่งของชีวิต ซึ่งไม่เกี่ยวการการทำความดีหรือความชั่วใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีสาเหตุเกิดจากการกระทำและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผิดๆ ของเราเกือบทั้งหมด

วันนี้เราจะชวนทุกคนมาแก้กรรมจากโรคไมเกรนด้วยการนวดกดจุดกันค่ะ คงแทบจะไม่เชื่อกันใช่ไหมคะ แค่นวดกดจุดง่ายๆ ก็ช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้ ลองมาทำตามกันดูนะคะ

Trigger Point ต้นเหตุไมเกรน

ต้นเหตุไมเกรน

สาเหตุส่วนหนึ่งของการอาการปวดไมเกรนนั้น เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณค้นคอ ท้ายทอย หรือบ่า ถ้าลองกดลงไปจะเจอกับก้อนกลมๆ เล็กๆ ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งเกิดจากการหดตัวและเกร็งของกล้ามเนื้อ เรียกว่า “จุดกดเจ็บ” หรือชื่อเก๋ๆ ในภาษาอังกฤษว่า Trigger Point 

เจ้าก้อน Trigger Point กลมๆ นี้เองที่ไปขัดขวางไม่ให้ออกซิเจนและเลือดไหลขึ้นไปหล่อเลี้ยงสมอง ส่งผลให้ปริมาณเลือดในสมองทั้ง 2 ฝั่งไม่เท่ากัน และกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียว หรือ ไมเกรนนั่นเอง

การทานยาเคมีเพื่อระงับอาการปวดไมเกรน เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ได้ช่วยรักษา Trigger Point ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคได้ เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าก้อน Trigger Point จะกลายเป็นพังผืด ที่มีความหนาขึ้น และกระจายตัวเป็นวงกว้างกว่าเดิม และที่พีคไปกว่านั้น คือ มันยิ่งทำให้อาการปวดไมเกรนเพิ่มมากขึ้น และไม่สามารถบรรเทาอาการปวดดังกล่าวได้ด้วยการทานยาเคมี

กดจุด หยุดไมเกรน

กดจุด หยุดไมเกรน

ในทางการแพทย์แผนจีน กล่าวว่า “การนวดกดจุด” (Acupressure) ทั้ง 12 จุด ที่เส้นลมปราณ หรือเส้น Meridian ซึ่งเป็นทางของลมปราณ หรือที่ในภาษาจีนเรียกว่า “ชี่” (Chi หรือ Qi) เป็นการเปิดจุดหรือช่องพลังลมปราณที่ถูกปิดกั้น เพื่อช่วยให้ลมปราณไหลเวียนได้ดีและสะดวกขึ้น 

ทั้งนี้เป็นเพราะเส้นลมปราณในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีนนั้นมีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวที่ควบคุมความสมดุลและพลังของร่างกาย รวมถึงการไหลเวียนของเลือด หากเกิดอาการผิดปกติที่เส้นลมปราณขึ้น ก็จะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ หรือเจ็บป่วยได้

ความผิดปกติดังกล่าว เกิดจากเส้นลมปราณถูกปิดกั้น เพราะเกิดความผิดปกติที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง หรือเกิดความตึงเครียดขึ้น แล้วส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นเกิดการเกร็ง เป็นเหตุให้ลมปราณติดขัด ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยและเสียสมดุลตามมา

การนวดกดจุดทางแพทย์แผนจีนมีหลักการง่ายๆ คือ นวดเพื่อเปิดจุดที่ถูกปิดกั้น เพื่อช่วยให้ลมปราณไหลเวียนได้ดีและสะดวกขึ้น 

หลักการดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับการนวดกดที่จุด Trigger Point บริเวณคอ ไหล่ และบ่า เป็นอีกแนวทางหนึ่งของการบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้น้อยลง ถือเป็นการรักษาว่าด้วยการใช้กายภาพบำบัดกับผู้ป่วย โดยการใช้นิ้วมือหรือข้อศอกกดลงไปที่จุดปวดบริเวณดังกล่าวเพื่อให้กล้ามเนื้อที่เป็นก้อนกลมๆ แข็งๆ ที่นูนออกมานั้นนิ่มลงและมีขนาดเล็กลง และลดบริเวณที่เกิดพังผืดไปด้วย 

การกดจุดนั้นสามารถกดได้ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

  1. การกดจุดตามร่างกาย เช่น ที่บริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ท้ายทอย และลำคอ ซึ่งแบ่งออกเป็นจุดต่างๆ ดังนี้
  • จุด He Gu (จุด LI4 หรือ Union Valley) อยู่ที่บริเวณพังผืดของมือระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง ให้กดลงไปลึกๆ นาน 1 นาทีต่อครั้ง โดยใช้มือขวากดที่จุด He Gu ของมือซ้าย และใช้มือซ้ายกดที่จุด He Gu ของมือขวาสลับกัน 
จุด He Gu
  • จุด Bigger Rushing อยู่ตรงกลางระหว่างกระดูกนิ้วเท้าของหัวแม่เท้ากับกับนิ้วชี้ ห่างมาประมาณ 2 นิ้ว สามารถเริ่มต้นจากจุดที่เป็นพังผืดระหว่างนิ้ว แล้วเลื่อนขึ้นมาประมาณ 2.5 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 นิ้ว โดยใช้นิ้วหัวแม่มือจะช่วยกระตุ้นได้ดีและกดได้ถนัดมือมากกว่า 
จุด Bigger Rushing
  • จุด Heaven’s Pillar อยู่ต่ำลงไปบริเวณท้ายทอย ห่างจากช่วงคอประมาณ 2 นิ้วชี้ โดยเลื่อนนิ้วจากท้ายทอยลงไป จะเจอจุดที่แผงกล้ามเนื้อข้างสันหลัง สามารถนวดแบบวนไปมา หรือกดลงไปตรงๆ ก็ได้ นานอย่างน้อย 1 นาที
จุด Heaven’s Pillar
  1. การกดจุดที่ใบหน้า เช่น ที่บริเวณใกล้โหนกแก้ม ระหว่างคิ้ว และหัวตา ซึ่งแบ่งออกเป็นจุดต่างๆ ดังนี้
  • จุด Wellcome Fragrance (จุด LI20 หรือ Welcome Perfume) อยู่ใกล้ด้านล่างของโหนกแก้มหรือด้านข้างจมูกทั้ง 2 ข้าง โดยอาจนวดวนหรือกดลงไปลึกๆ ตรงๆ ประมาณ 1 นาที ช่วยลดอาการปวดไมเกรนที่เกิดจากไซนัส
จุด Wellcome Fragrance
  • จุด Third Eye Point (จุด GV24.5) อยู่บริเวณระหว่างคิ้ว เชื่อมระหว่างหน้าผากกับสันจมูก  โดยค่อยๆ กดลงให้ลึก ประมาณ 1 นาที หรืออาจจะกดวนไปมาก็ได้
จุด Third Eye Point
  • จุด Drilling Bamboo (จุด B2 หรือ Bright Lights Points) อยู่เหนือเปลือกตาเล็กน้อย บริเวณกระดูกเบ้าตา หรือบริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง โดยใช้นิ้วชี้ทั้ง 2 มือ กดพร้อมหรือสลับกันทั้ง 2 ข้าง นาน 1 นาทีก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดที่บริเวณศีรษะค่อนไปทางด้านหน้ามีอาการดีขึ้น
จุด Drilling Bamboo
  1. การกดจุดที่บริเวณศีรษะ เช่น ที่บริเวณกลางท้ายทอย ด้านล่างของใบหู หรือแถวขมับ

ซึ่งแบ่งออกเป็นจุดต่างๆ ดังนี้

  • จุด Wind Mansion (จุด GV16) อยู่กึ่งกลางระหว่างใบหูทั้งสองข้าง หรือกลางท้ายทอย หาจุดที่เป็นโพรงแล้วกดลงไปลึกๆ ตรงๆ อย่างน้อย 1 นาทีขึ้นไป ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และคลายเส้นที่ยึดตามลำคอ
จุด Wind Mansion
  • จุด Feng Chi (จุด GB20 หรือ Gates of Consciousness) อยู่บริเวณด้านล่างใบหู ตรงจุดที่เป็นโพรง
    กลวงๆ ข้างต้นคอ ให้ประสานมือและประคองศีรษะ แล้ววางนิ้วโป้งตรงโพรงดังกล่าวทั้ง 2 ข้าง แล้วค่อยๆ กดลงไปลึกๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5 วินาที ซึ่งอาจใช้นิ้วชี้หรือข้อนิ้วกดแทนได้แล้วแต่ความถนัด และทำซ้ำๆ ได้นานประมาณ 3 นาที ได้ ขณะนวดกดจุด ให้หายใจเข้า-ออก ลึกๆ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย
จุด Feng Chi
  • การกดจุดบริเวณขมับ อยู่ห่างจากขอบใบหูขึ้นไปขนาดประมาณความกว้างของนิ้วชี้ มีทั้งหมด 5 จุด ได้แก่ Hairline Curve, Valley Lead, Celestial Hub, Floating White c]t Head Portal Yin ห่างกันไปจุดละ 1 ความกว้างของนิ้วชี้ ไล่ไปตามลำดับ โค้งเรียงกันไปตามใบหูจนถึงด้านหลังหู โดยกดแต่ละจุดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง หรือจะวนนิ้วไปมาก็ได้ นาน 1 นาที 
การกดจุดบริเวณขมับ

ทั้งนี้ การกดจุดให้ได้ผลดี แก้อาการปวดไมเกรนได้เห็นผลนั้น ยังขึ้นอยู่กับการออกแรงกดที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการเลือกอุปกรณ์ที่ช่วยให้การกดนั้นมีกำลังกดที่พอดีด้วย 

โดยการกดจุด ต้องกดลงไปแล้วรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ไม่ปวดมากจนเกินไป แต่รู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว กดตรงๆ และลึกๆ เพื่อกระตุ้นความรู้สึกขึ้นมา ถ้ากดแล้วรู้สึกเจ็บมาก ให้ค่อยๆ ผ่อนแรงกดจนรู้สึกว่าสามารถทนได้ แต่ถ้าเจ็บปวดมากต้องหยุดทันที 

อุปกรณ์ที่ใช้กดจุดที่ส่วนใหญ่นิยมใช้ คือ นิ้วมือของเรานั่นเอง โดยเลือกใช้นิ้วที่มีความแข็งแรงมากที่สุด คือ นิ้วกลาง แต่บางครั้งอาจต้องใช้ปลายเล็บในจุดที่เข้าถึงยากหรือเล็ก หรืออาจใช้นิ้วหัวแม่โป้งแทนได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ เท้า ข้อศอก เข่า ขา หรือข้อนิ้ว ช่วยนวดได้ด้วย ตลอดจนสิ่งของอื่นๆ ที่มีลักษณะกลมมนและมีน้ำหนักมากพอ เช่น ลูกกอล์ฟหรือเมล็ดอะโวคาโด้ 

นอกจากนี้ในระหว่างนวดอาจหาพวกน้ำมันหอมระเหย เช่น น้ำมันลาเวนเดอร์ น้ำมันการบูร และอื่นๆ มาใส่ขณะที่นวด เพื่อช่วยให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดที่ร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้การนวดกดจุดได้ผลดีมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้จากการนวด

ผลลัพธ์จากการนวด

ในปี 2006 มีงานวิจัยกล่าวถึงผลลัพธ์ของการใช้วิธีนวดกดจุดเพื่อรักษาผู้ป่วยไมเกรน พบว่า กลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดทางกายภาพโดยการนวดกดจุด มีพฤติกรรมการนอนหลับที่ดีและง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งอาการไมเกรนก็ลดน้อยลงด้วย 

ข้อห้ามนวดในผู้ป่วยไมเกรน

ข้อห้ามนวดในผู้ป่วยไมเกรน

แม้ว่าการนวดกดจุดจะได้ผลดีในผู้ป่วยไมเกรน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าวิธีดังกล่าวจะใช้รักษาได้กับผู้ป่วยทุกคน
โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาและได้รับความยินยอมจากแพทย์ก่อนจะใช้วิธีการนวดบำบัดอาการต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับตนเองและลูกในท้อง 

นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ ผู้ที่เป็นโรคลิ่มเลือดหรือมีระบบการไหลเวือดของเลือดที่ไม่ปกติ
ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บต่างๆ ตามร่างกาย เช่น กระดูกหัก หรือผู้ที่มีอาการป่วยเป็นไข้หวัด และผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง
ที่สามารถติดต่อจากการสัมผัสได้ 

นับได้ว่าการนวดกดจุดเป็นวิธีทางธรรมชาติบำบัดอีกวิธีหนึ่งที่สามารถรักษาอาการปวดไมเกรนได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ยาเคมีบำบัดอยู่แต่เพียงวิธีเดียวเท่านั้น และแนะนำว่าควรรักษาร่วมกับการปรับพฤติกรรมการดำรงชีวิตของเรา ก็จะยิ่งช่วยให้ผลของการรักษามีผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้นด้วยค่ะ