7 Check Lists ว่าลูกเป็นไมเกรนหรือไม่?

-เช็กก่อน รู้ก่อน ไมเกรนในเด็ก-Check List เบื้องต้น ป้องกันไมเกรนให้ลูก-7 Check Lists เช็กอาการไมเกรนในเด็กเล็ก -ลูกปวดหัว อาจเป็นไมเกรน เช็กได้จาก 7 ข้อนี้

Check List เบื้องต้น

ไมเกรนเป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กเล็กๆ หรือเด็กทารก และเป็นเรื่องยากด้วยใช่ไหมคะ ที่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เด็กๆ กำลังปวดหัวหรือเป็นไมเกรนอยู่ เพราะเด็กๆ ยังไม่สามารถพูดได้ หรือสื่อสารได้ไม่ชัดเจน 

วันนี้เรามี 7 ข้อ Check Lists ให้คุณพ่อคุณแม่ เช็กอาการปวดหัวของลูกๆ ว่าใช่ปวดไมเกรนหรือไม่มาฝากกันค่ะ

  1. ฟังเมื่อลูกบ่นว่าปวดหัว
ฟังเมื่อลูกบ่นว่าปวดหัว

เมื่อเด็กๆ ปวดหัว เขาจะบ่นให้เราฟัง สิ่งสำคัญให้คุณพ่อคุณแม่ถามลักษณะอาการปวดหัวของลูกๆ ให้ละเอียดมากขึ้นอีกนิดว่า “หนูปวดหัวแบบไหน?” ลูกอาจตอบว่า “ปวดตุ๊บๆ” “ปวดเหมือนมีอะไรมาทุบหัว” หรือ “ปวดเหมือนมีอะไรมาบีบหัว”

ถ้าเป็นเช่นนี้ ให้คุณพ่อคุณแม่ระวังและพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยว่า ลูกปวดหัวไมเกรนอยู่หรือไม่? 

ให้สังเกตอีกอย่างหนึ่งว่า ลูกมีอาการปวดหัว ทั้งๆ มีสุขภาพแข็งแรงและสายตาปกติ

  1. ปวดนานแค่ไหน?
ระยะเวลาอาการปวดหัวของเด็ก

ระยะเวลาอาการปวดหัวของเด็กๆ เป็นนานแค่ไหน ถ้ามีอาการปวดนานเกินกว่า 1 ชั่วโมง เด็กบางคนมีอาการปวดนานตั้งแต่ 2-72 ชั่วโมง และอาจปวดที่บริเวณหน้าผากหรือขมับ อาจเป็นไปได้ว่า เป็นอาการปวดหัวไมเกรน

  1. เช็กพฤติกรรมลูกก่อนปวดหัว
เช็กพฤติกรรมลูกก่อนปวดหัว

เพราะเป็นตัวชี้วัดถึงสาเหตุของอาการปวดหัวได้ดีทีเดียวค่ะ เช่น ลูกอาจนอนดึก เล่นเกมส์ ใช้สมาร์ตโฟนหรือจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แล้วมีอาการปวดหัวใช่หรือไม่

  1. ดูพฤติกรรมขณะปวดหัว
ดูพฤติกรรมขณะปวดหัว

ในเด็กแรกเกิดที่ยังไม่สามารถพูดสื่อสารกับได้ เมื่อปวดหัวจะมีอารมณ์ผิดปกติ งอแงโยเยมากกว่าปกติ ตื่นนอนกลางดึก เด็กจะกระสับกระส่าย นอนไม่สบายตัว หัวโต ชอบเอามือดันหัว เส้นเลือดดำบริเวณขมับหรือศีรษะปูดนูนขึ้นมา เด็กบางคนอาจมีอาการชักได้

  1. สำรวจอาหารที่ลูกทาน
สำรวจอาหารที่ลูกทาน

อาการปวดไมเกรนบางครั้งอาจเกิดจากการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารรสจัด ของหมักดอง ช็อกโกแลต หรืออหารประเภทอื่นๆ ที่ลูกอาจไม่เคยทาน หรือนานๆ ทานที

  1. สังเกตสภาพแวดล้อม
สังเกตสภาพแวดล้อม

สภาพแวดล้อมอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ปวดหัวได้ เช่น กลิ่นบางอย่าง แสงจ้า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ความเครียดจากการสอบ เป็นต้น 

  1. มีอาการร่วม
มีอาการร่วม

เช่น อ้วกอาเจียนพุ่ง อ่อนแรง หิวบ่อย อยากดื่มน้ำ ตาพร่ามัว ตาเข ตาดำตกลงด้านล่าง (Sunset Eye) เห็นแสงวูบวาบ ชาตามร่างกาย เป็นต้น 

นอกจากนี้ ควรสังเกตด้วยว่า หลังอาการปวดหายไป ลูกกำลังทำอะไรอยู่แล้วหาย เช่น นอนหลับ ฟังเพลง เป็นต้น

การสังเกตอาการปวดหัวของลูกๆ เป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ และคุณพ่อคุณแม่ ควรมี สมุดจดบันทึกอาการปวดหัว (Headache Diary) เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจลักษณะอาการปวดหัวของลูกมากขึ้น โดยจดบันทึกข้อมูลทั้งหมดตาม Check List เบื้องต้น ก็จะช่วยให้หาสาเหตุของอาการปวดหัว วิธีป้องกัน รวมถึงวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดกับลูกของคุณด้วยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม “ช่วยด้วยหนูปวดหัว” ระวังให้ดี ลูกคุณอาจเป็นไมเกรนอยู่!