เรื่องที่ชาวไมเกรนต้องรู้ “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) คืออะไร?
-สงสัยจัง “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า”(Migraine without Aura) เป็นยังไงนะ?-ภาวะ “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura): อาการปวดหัวที่ควรระวัง!-ใครเป็น “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) ต้องฟังทางนี้!-รู้ทัน “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) มีชัยไปกว่าครึ่ง

บางคนอาจเคยได้ยิน “อาการไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีใช่ไหมคะว่า อาการมันเป็นยังไงค่ะ แล้วร้ายแรงหรือไม่? ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณ…
“ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) คืออะไร?
“ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) คือ “อาการไมเกรนแบบไม่มีอาการเตือน” หรือบางคนอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “คอมมอนไมเกรน” (Common Migraine)

แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไร มันก็จัดเป็นหนึ่งในของกลุ่มโรคไมเกรนชนิดหนึ่งค่ะ แต่จุดเด่นของไมเกรนแบบไม่มีออร่านี้จะอยู่ที่ ผู้ป่วยจะเกิดอาการปวดหัวขึ้นอย่างเฉียบพลันทันโดยไม่มีอาการเตือนหรือแจ้งล่วงหน้ามาก่อน
อาการไมเกรนแบบไม่มีออร่านี้พบได้มากที่สุดในกลุ่มอาการไมเกรนทุกชนิด โดยมีผู้ป่วยถึง 85% ที่มีอาการเช่นนี้
อาการปวด “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) เป็นแบบไหนนะ?
ผู้ป่วยไมเกรนแบบไม่มีออร่าส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดหัวอย่างเฉียบพลันเป็นเวลาตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป และอาจเป็นได้นานถึง 3 วันเลยนะคะ ทรมานน่าดูเลยค่ะ

อาการปวดหัวมักเกิดที่ศีรษะข้างใดข้างหนึ่ง และยิ่งปวดมากขึ้นเมื่อคุณเคลื่อนไหวร่างกาย หรือร่างกายมีการกระทบกระเทือน โดยเฉพาะเวลาเดินหรือขึ้นบันได บางคนมีอาการปวดรุนแรงมากถึงขั้นทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีการอื่นๆ เกิดด้วย เช่น ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ เหม็นๆ ก็จะทนไม่ได้ หรือบางรายก็กลัวเสียงดังๆ เพราะยิ่งทำให้ปวดหัวหนักกว่าเดิม บางคนก็มีอาการแพ้แสง มองเห็นอะไรก็ผิดเพี้ยนไปหมด บางคนก็รู้สึกเหนื่อย เครียด กดดัน ง่าวหงาวหาวนอน อยากของหวานๆ
อาการ 3 เสต็ป ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยไมเกรนแบบไม่มีออร่า (Migraine without Aura)
โดยทั่วไป อาการปวดไมเกรนจะมีอาการต่อเนื่องกันมา 4 ระยะ แต่สำหรับไมเกรนแบบไม่มีออร่า (Migraine without Aura) จะมีอาการของโรคต่อเนื่องกันอยู่ 3 ระยะ ดังนี้ค่ะ

- ระยะที่ Prodrome หรือ Pre-headache
เป็นระยะที่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน อาจเรียกได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนว่าอาการไมเกรนกำลังมาเคาะประตูเรียกค่ะ คนไข้จะมีอาการหงุดหงิดง่าย ไม่สบอารมณ์ หิว กล้ามเนื้อติดขัด อ่อนแรง เพลีย เป็นต้น
- ระยะ Headache หรือระยะ Attack
ผู้ป่วยจะปวดหัวอย่างรุนแรง บางคนจะรู้สึกเพลียและอ่อนแรง และอาจมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย
- ระยะ Postdrome
เป็นภาวะที่อาการค่อยๆ ลดน้อยลงและหายไป ผู้ป่วยอาจรู้สึกหิวหรือไม่ก็หมดแรงค่ะ
แต่ทั้งนี้ก็ไม่เป็นที่แน่นอนนะคะว่าผู้ป่วยจะมีอาการทั้ง 3 ระยะแบบนี้ทุกคน เพราะบางคน ก็ข้ามขั้นไปสู่ระยะ Headache ได้ทันทีเหมือนกันค่ะ
สาเหตุของ “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura)

นักวิทยาศาสตร์หลายคนสันนิษฐานว่า อาการปวดไมเกรนนั้น มีสาเหตุหลายๆ อย่างด้วยกัน แต่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดสาเหตุใดเป็นหลัก แต่ที่พบคือ
- การลดระดับลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน
โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีประจำเดือนจะปวดไมเกรนรุนแรงมากในบางคน เพราะระดับเอสโตรเจนที่ลดลงมีผลต่ออาการปวดศีรษะไมเกรน จึงเป็นเหตุว่าทำไม ผู้หญิงถึงมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคไมเกรนมากกว่าผู้ชาย
นอกจากนี้ยังมีงายวิจัยบางงานกล่าวด้วยว่า เอสโตรเจนมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ในร่างกาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอาการปวดไมเกรนเช่นกัน
- กรรมพันธุ์
หลายๆ การศึกษากล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า กรรมพันธ์ุอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการปวดไมเกรน เนื่องจากการวินิฉัยโรคไมเกรนในผู้ป่วย มักจะต้องซักประวัติครอบครัวร่วมด้วย และจากข้อมูลพบว่า หากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นไมเกรน ก็มีโอกาสที่จะถ่ายทอดยีนส์ดังกล่าวนี้มาสู่ลูกได้ถึง 50%-75% เลยทีเดียว
- สาร CGPR ในร่างกายมากเกินไป
สาร CGPR หรือ Calcitonin Gene Related Peptide เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการปวดไมเกรนจะพบว่ามีสารชนิดนี้อยู่ในปริมาณสูงมาก
เนื่องจากเจ้า CGPR ตัวนี้มีความสัมพันธ์กับการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง และเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทคู่ที่ 5 ในสมอง ที่เป็นจุดรับความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณใบหน้า หากมีปริมาณสาร CGPR มาก จะรู้สึกเจ็บปวดไมเกรนมากขึ้นนั่นเองค่ะ
- ปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ
เช่น แสงแดด สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อาหารที่กระตุ้นไมเกรน เช่น ของหมักดอง ของเปรี้ยว ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เป็นต้น
ตรวจวินิจฉัย “ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) ทำได้อย่างไร?
การตรวจวินิจฉัยโรคไมเกรนแบบไม่มีออร่าจะต้องวินิจฉัยจากอาการปวดหัวที่เคยเกิดขึ้นเป็นหลัก ซึ่งแพทย์จะซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียด ดังนั้นแนะนำให้ผู้ป่วยลองจดบันทึกเมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรนดูนะคะ เพื่อให้การวินิจฉัยถูกต้องมากที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ The Third Edition of the International Classification of Headache Disorders กล่าวถึงการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการปวดหัวไมเกรนแบบไม่มีออร่าหรือไม่นั้น ต้องมีอาการอย่างอย่างน้อย 5 อย่าง ในกลุ่มอาการต่อไปนี้
- มีอาการแพ้แสง ตาสู้แสงไม่ได้
- ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยจากโรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว
- อาการปวดหัวต่อเนื่องยาวนานประมาณ 4-72 ชั่วโมง
- มีอาการปวดหัวอย่างน้อย 2 ลักษณะ คือ ปวดหัวเพียงข้างเดียว ปวดตุบๆ กับปวดแบบเป็นจังหวะ ซึ่งทำให้มีอาการปวดรุนแรง
- ปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน ขึ้นบันได
- รู้สึกอยากอาเจียน คลื่นไส้
“ไมเกรนแบบไม่มีออร่า” (Migraine without Aura) รักษาอย่างไร?
จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นไมเกรนชนิดไหน ก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้นะคะ

แต่มีวิธีที่ช่วยป้องกันไม่ให้อาการมันกำเริบ หรือลดความรุนแรงและความถี่ของอาการเจ็บปวด ให้น้อยลงได้ค่ะ
ซึ่งบางวิธีต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ เพราะมันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการปวด และความถี่ของการเกิดอาการปวดด้วยค่ะ โดยแพทย์ต้องวิเคราะห์เลือกใช้วิธีที่เหมาะสม ที่สุดค่ะ
ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (Lifestyle Changes)
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพราะการที่จะเปลี่ยนอะไรสักอย่างหนึ่งในชีวิตต้องใช้เวลาพอสมควรเลยค่ะ ดังนั้น แนะนำว่าให้ค่อยๆ ปรับ แบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ

- ปรับวงจรชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ ให้เป็นเวลามากขึ้น
จากที่เคยนอนดึกตื่นสาย ลองหันมาเซ็ตเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้เร็วขึ้น เลิกเล่นมือถือ จ้องคอมพิวเตอร์ก่อนนอนเพราะกระตุ้นให้นอนไม่หละบ นอนไม่พอ ปวดไมเกรนได้
- ออกกำลังกายเบาๆ วันละนิด จิตแจ่มใส
เช่น โยคะ ไทเก๊ก เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดี
- ทานของดีๆ และทานให้อิ่ม
เคยทานข้าวน้อย ทานแบบรีบเร่ง หรือไม่ทานมื้อเช้า ลองหันมาปรับเป็นตื่นเช้า เลือกทานอาหารเบาๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม และต้องทานอาหารให้หลากหลายตามหลัก 5 หมู่ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวดไมเกรนลง
ป้องไม่ให้อาการกำเริบ (Preventive Treatment)

แพทย์อาจเลือกใช้ยาเคมีบางตัว เช่น ยาต้านอาการซึมเศร้า ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ หรือยาแก้แพ้บางตัว ให้ผู้ป่วยรับประทานอย่างต่อเนื่องติดต่อกันทุกวัน เพื่อลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดลง จนไม่เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นนั่นเองค่ะ บางครั้งอาจปรับเพิ่มโดสยาเพื่อให้อาการดีขึ้นด้วย
ระงับอาการปวดแบบเฉียบพลัน (Acute Treatment)
เป็นวิธีที่จะช่วยให้อาการปวดหัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังผลข้างเคียงจากการใช้ยาเคมีด้วยนะคะ

รวมไปถึงการใช้ยาเคมีเพื่อลดอาการปวดติดต่อกันนานๆ ก็ใช่ว่าจะทำให้อาการปวดหัวหายไปได้ตลอดนะคะ เพราะมันอาจจะเป็นเหตุที่ทำให้อาการปวดหัวยังอยู่เหมือนเดิม เผลอๆ อาจจะปวดมากขึ้นไปอีก เพราะร่างกายเข้าสู่ภาวะการใช้ยาเกินขนาดค่ะ
ไมเกรนแบบไม่มีออร่า (Migraine without Aura) ก็เป็นไมเกรนอีกรูปแบบหนึ่งที่พบได้มากในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนนะคะ ลักษณะอาการปวดหัวก็จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และไม่มีอาการนำล่วงหน้ามาก่อน อีกทั้งยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นทั้งปัจจัยกระตุ้นจากอาหาร สภาพแวดล้อม การลดระดับของฮอร์โมนบางตัวอย่างเอสโตรเจน หรือมีสาร CGPR มากเกินไป เป็นต้น และยังไม่มีวิธีที่รักษาให้หายขาดได้ในทางแพทย์แผนปัจจุบัน
แต่กระนั้น มันก็ยังมีวิธีที่จะป้องกันและลดอาการปวดให้น้อยลงได้ ทั้งจากการปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และแพทย์แผนปัจจุบัน รวมไปถึงแพทย์ทางเลือกอย่างการฝังเข็ม รวมไปถึงวิธีทางธรรมชาติบำบัดด้วยค่ะ
ครั้งอย่าลืมติดตามไมเกรนรูปแบบใหม่ๆ ที่เราจะนำมาฝากกันด้วยนะคะ….
อ่านบทความเพิ่มเติม
- ไมเกรนแบบมีออร่า (Migraine with Aura) คืออะไร?
- โรคไมเกรน (Migraine)
- 4 ระยะต้องรู้เกี่ยวกับไมเกรน
- หยุดไมเกรน ด้วย CGRP
- “ไมเกรนช่วงมีประจำเดือน” (Menstrual Migraine) เรื่องที่ผู้หญิงต้องรู้



