ไขความลับ “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine) ภัยเงียบที่คุณต้องระวัง!

-คนเป็นไมเกรนต้องรู้ คุณอาจเป็น “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine) อยู่ก็เป็นได้!-“ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine) คืออะไรนะ?-รู้ไว้ “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine) ป้องกันได้-รู้ก่อน หายเร็ว “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine)

ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก

ระวังให้ดี! ถ้าคุณมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก และเป็นไมเกรนอยู่ด้วย บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังมีอาการ “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine) อยู่ค่ะ! แล้วมันอันตรายไหมนะไอ้อาการแบบนี้ วันนี้เราจะมาไขความลับให้คุณค่ะ

“ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine)

อาการไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก (Hemiplegic Migraine) เป็นอาการปวดไมเกรนอีกชนิดหนึ่ง แต่พบได้ค่อนข้างน้อย โดยมักพบในเด็กและวัยรุ่น เมื่อโตขึ้นอาการอาจหายไปในบางคน โดยผู้ป่วยจะเกิดอาการอ่อนแรงที่อวัยวะด้านในด้านหนึ่งของร่างกาย ซึ่งอาการนี้อาจมีอาการคล้ายๆ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือเส้นเลือดสมองแตก 

ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก

อาการอ่อนแรงจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง บางคนอาจมีอาการเป็นเวลาหลายวัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการอยู่ราวๆ 24 ชั่วโมง หรือ 1 วัน จากนั้นจะมีอาการปวดหัวตามมา หรือไม่ก็เกิดขึ้นก่อนหรือไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้ค่ะ

อาการ “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine)

นอกจากนี้ยังอาจมีอาการร่วมบางอย่างที่เหมือนกับอาการไมเกรนแบบมีออร่า เช่น

ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก
  • มีปัญหาด้านการสื่อสาร 

อาการไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีกอาจส่งผลให้คุณไม่สามารถติตด่อสื่อสารได้ดีเท่าที่ควร ทั้งการเขียน ฟัง พูด อ่าน หรือเขียน บางคนอาจพูดไม่ชัด พูดตะกุกตะกัก บางคนฟังไม่ชัด ฟังภาษาไม่ออก จำคำพูดไม่ได้ ไม่ได้ยิน หรือได้ยินเสียงบางอย่างในหู

  • มีปัญหาด้านการมองเห็น

ทำให้สายตาทั้งสองข้างเปลี่ยนไป อาจมองเห็นเส้นไม่ตรง เป็นเส้นซิกแซ็ก หรือเป็นจุดสีๆ ในดวงตา เห็นภาพซ้อน หรือเห็นแสงแฟลช

  • มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวหรือการทรงตัว

เกิดอาการบ้านหมุนหรือเวียนศีรษะ รู้สึกสับสน กระวนกระวาย 

  • มีปัญหาด้านประสาทสัมผัส 

เช่น รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มเมื่อยกมือขึ้น หรือชาตามใบหน้า แขน หรือขาที่ข้างใดข้างหนึ่ง

  • มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

เช่น รู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียน

สาเหตุของ “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine)

ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก

ไมเกรนชนิดอ่อนแรงครึ่งซึก พบสาเหตุได้ว่าเกิดจากการปล่อยสัญญาณไฟฟ้าในระบบประสาทที่ผิดปกติ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ระบบประสาทและสมองจะมีกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างสื่อสัญญาณไฟฟ้าและสารเคมีในสมอง เมื่อเส้นประสาทส่งสัญญาณไฟฟ้าลงมาเพื่อเชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทอื่นๆ ในกระบวนการนี้จะทำให้เกิด “ช่อง” ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “ประตูบานหนึ่ง” ขึ้นเพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท

และจะมีการปล่อยสารสื่อประสาทหรือสารเคมีออกมาผ่านช่องหรือประตูนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทที่อยู่รอบๆ เพื่อกระตุ้นให้ระบบประสาทสื่อสารกันและส่งสัญญาณว่าให้ร่างกายทำอะไร

ซึ่งปัญหาก็คือ หากประตูรับสารสื่อประสาทดังกล่าวทำงานผิดปกติ สารสื่อประสาทบางชนิด โดยเฉพาะสารสื่อประสาทที่สำคัญสำหรับคนที่เป็นโรคไมเกรน เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) จะถูกปล่อยออกมาแบบผิดปกติด้วย 

ดังนั้นโดยสรุป ในทางการแพทย์พบว่าการทำงานที่ผิดปกติของประตูบานนี้เองที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดไมเกรนชนิดอ่อนแรงครึ่งซีกค่ะ

และไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีกยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. Familial Hemiplegic Migraine (FHM) หรือไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีกที่เกิดจากกรรมพันธุ์
  2. Sporadic Hemiplegic Migraine (SHM) หรือ ไมเกรนแบบอ่อนแรงแรงครึ่งซีกที่เกิดจากการกลายพันธ์ุ 

 การวินิจฉัยว่าเป็น “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine) หรือไม่?

ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก

ถ้ามีคุณมีอาการปวดไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก ทั้งชนิด FHM หรือ SHM คุณจำเป็นที่จะต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจวินิฉัยอย่างละเอียดนะคะ เพื่อเช็กดูว่าอาการอ่อนแรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นอาการอ่อนแรงแบบครึ่งซีกหรือเป็นอาการเหน็บชาที่เกิดขึ้นตามร่างกายกันแน่ค่ะ

เนื่องจากผู้ที่จะเป็นไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีกนั้นมักจะต้องได้รับการประเมินจากอาการของคุณเอง รวมถึงประวัติผู้ที่มีอาการภายในครอบครัวด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ผู้ป่วยไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก จะต้องมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 2 อย่างด้วยกัน คือ 

  • มีอาการนำหรืออาการออร่าที่ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย
  • มีอาการนำแบบค่อยๆ เป็นที่ละเล็กน้อยเป็นเวลามากกว่า 5 นาที และมีอาการออร่าอย่างน้อย 2 อย่างหรือมากกว่า
  • มีอาการนำพร้อมๆ กับอาการปวดศีรษะ หรือหลังอาการปวดศีรษะประมาณ 1 ชั่วโมง
  • บางคนเป็นไมเกรนแบบไม่มีอาการนำ (Migraine without Aura) เป็นเวลาอย่างน้อย 5-60 นาที และอารปวดไมเกรนแบบมีอาการนำน้อยกว่า 72 ชั่วโมง

ยารักษา “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine)

ยารักษา “ไมเกรนแบบอ่อนแรงครึ่งซีก”

อย่างที่เราบอกอยู่เสมอๆ นะคะว่า ยังไม่มียาเคมีตัวใดที่ใช้รักษาอาการไมเกรนได้หายขาด แต่มียาเคมีบางกลุ่มที่ผู้เชี่ยวชาญรับรองแล้วว่าปลอดภัยและช่วยยับยั้งหรือบรรเทาอาการปวดไมเกรนลงได้ค่ะ เช่น 

  • ยาทริปแทน (Triptans) ยาที่ใช้บรรเทาอาการไมเกรนแบบ FHM และ SHM ในระยะที่มีออร่าหรือมีอาการนำ 
  • ยาโทพิราเมท (Topriamate) เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มยากันชัก (Anticonvulsant) ใช้ป้องกันอาการปวดไมเกรนได้ในผู้ใหญ่
  • ยาฟลูนาริซีน (Flunarizine) เป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านสารฮีสตามีน (Antihistamine) ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรน และควบคุมการทำงานของแคลเซียมทำให้หลอดเลือดขยายตัว (Calcium Channel Blocker) ช่วยป้องกันอาการปวดไมเกรนได้
  • ยาเออร์โกทามีน (Ergotamine) ที่ช่วยลดอาการปวดไมเกรนแบบเฉียบพลันได้

แต่ก็มีบางรายงานกล่าวว่า ยากลุ่มทริปแทนหรือยาเออร์โกทามีนไม่ควรใช้นะคะ เนื่องจากว่าเพิ่มความเสี่ยงในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ โดยแนะนำให้ใช้ยากลุ่มอื่น เช่น 

  • วาลโปรเอท (Valproic Acid) กลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการชัก ที่ใช้ป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้
  • วีราพามิล (Verapamil) เป็นกลุ่มยาต้านแคลเซียม ที่ปิดกั้นช่องแคลเซียม (Calcium Channel Blocker) มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นหัวใจ ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดไมเกรนได้
  • อะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) เป็นตัวยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ป้องกันโรคปวดไมเกรน

อย่างไรก็ตามค่ะ การใช้ยาเคมีติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้เกิดการสะสมและผลข้างเคียงตามมาได้ และยังเป็นเพียงแค่วิธีที่ช่วยบรรเทาอาการไมเกรนให้ลดลงเท่านั้น ยังไม่ใช่ตัวยาที่รักษาได้อย่างแท้จริง  สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันและรักษาอาการไมเกรนได้ตรงจุดตั้งแต่ต้นตอก็คือ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ร่วมกับวิธีการรักษาในทางธรรมชาติบำบัดค่ะ 

ไมเกรนแแบอ่อนแรงครึ่งซีก (Hemiplegic Migraine) แม้จะพบได้น้อยก็จริง แต่ก็ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองจริงไหมคะ? เพราะนอกจากจะทำให้ปวดหัวแล้ว ยังมีอาการผิดปกติตามมาอีกหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน การทำกิจกรรม รวมถึงจิตใจของเราด้วยค่ะ 

ดังนั้น ผู้ป่วยไมเกรนควรหมั่นสังเกตตัวเองด้วยนะคะว่ามีอาการเหล่านี้อยู่หรือไม่ เพื่อจะได้ป้องกันหรือหาวิธีหยุดอาการปวดที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีค่ะ 

อ่านบทความเพิ่มเติม รู้จักประเภทของ “ไมเกรนอ่อนแรงแบบครึ่งซีก” (Hemiplegic Migraine)