06 ทำไมมีประจำเดือนแล้วเป็นไมเกรนด้วย

ทำไมมีประจำเดือนแล้วเป็นไมเกรนด้วย ?

– สงสัยกันไหม ทำไมมีรอบเดือนแล้วถึงเป็นไมเกรนด้วย

คนเป็นรอบเดือนแล้วเป็นไมเกรนด้วย

เกิดเป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก คิดว่าคำๆ นี้ คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก เพราะผู้หญิงเรามีโรคหลายๆ อย่างที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่าผู้ชาย และถ้ายิ่งวันนั้นของเดือนมาถึงด้วยแล้วนะ ไม่แค่ปวดท้องอย่างเดียว ยังพานให้เราปวดไมเกรนได้ด้วย 

ไมเกรนมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จริงหรือ?

ไมเกรนในผู้หญิง

จริงค่ะ!…เนื่องจากมีการศึกษากันมาแล้วว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนได้มากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ 8 ต่อ 1 เลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ผู้หญิงเรามีระดับฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” (Estrogen) ไม่คงที่ เจ้าฮอร์โมนเพศตัวนี้จะผลิตออกมาจากรังไข่ มีการสลับปรับลดหรือเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา และมันมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการการขยายของหลอดเลือดในสมอง และนี่เองที่ทำให้เป็นที่มาของอาการปวดไมเกรนเมื่อมีรอบเดือนของผู้หญิง  

รอบเดือนกับไมเกรนสัมพันธ์กันอย่างไร?

รอบเดือนกับสัมพันธ์ไมเกรน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงมีผลต่ออาการปวดไมเกรน โดยในช่วงก่อนรอบเดือนจะมาประมาณ 1-3 วัน จะมีการลดลงอย่างรวดเร็วของระดับเอสโตรเจน (Estrogen Withdrawal) ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะไปควบคุมการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง เมื่อเอสโตรเจนลดระดับลงมาก การขยายตัวของหลอดเลือดก็มีมากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการปวดศีรษะตามมาในที่สุด

หากใครที่มีเป็นไมเกรนอยู่แล้ว อาจมีโอกาสที่จะเกิดอาการปวดไมเกรนในช่วงที่มีรอบเดือน (Menstrual Migrine: MM) สูงกว่าผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิงกับผู้ที่มีความไวต่อสิ่งเร้าหรือปัจจัยกระตุ้นต่างๆ 

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ไม่มีรอบเดือนแล้ว ไมเกรนก็จะหายไปด้วยนะ

เพราะเมื่อถึงวัยที่รอบเดือนกำลังจะหมด (Premenopausal) หรือหลังจากที่ถึงวัยหมดรอบเดือน (Menopause) ระดับฮฮร์โมนเพศจะมีการปรับระดับลดลงมาก จนถึงขั้นปรับระดับได้คงที่ ก็ยังมีอาการปวดไมเกรนตามมาได้ บางคนอาจมีอามณ์แปรปรวน ฉุนเฉียว มีอาการหลับยากหรือนอนไม่หลับ ตกดึกรู้สึกร้อนวูบวาบตามตัวได้

แนะนำว่าสาวๆ ควรจดบันทึกวันที่มีรอบเดือนและระยะเวลาที่มีอาการปวดไมเกรนไว้ด้วยนะคะ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งสองส่วนมีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง จะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกวิธีค่ะ 

ลักษณะอาการปวดไมเกรนในระหว่างที่มีรอบเดือน

ลักษณะการปวดไมเกรน

อาการปวดไมเกรนที่เกิดขึ้นในระหว่างมีรอบเดือน ส่วนใหญ่พบว่าจะเกิดขึ้นก่อนมีรอบเดือนประมาณ 2-3 วัน และอาการปวดจะมีระยะเวลายาวนานกว่าปกติและทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อรอบเดือนเข้าสู่วันที่ 3 ไปแล้ว โดยระดับความรุนแรงของการปวดนั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการปรับลดระดับของฮอร์โมนเพศด้วย และบางคนมีอาการปวดไมเกรนแค่เฉพาะในช่วงที่มีรอบเดือนเท่านั้น

นอกจากนี้ บางคนยังมีอาการอื่นๆ เกิดร่วมด้วย ทั้งความไวต่อกลิ่น แสง หรือเสียง อ้วกอาเจียน หรือทานยาไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเกิดอาการปวดใหม่อีกครั้งแม้ว่าจะหายปวดไปแล้วก็ตาม

เป็นรอบเดือนด้วย เป็นไมเกรนด้วย จะรักษาได้ไหม?

ยาบรรเทาไมเกรน

อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่า ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่รักษาอาการปวดไมเกรนให้หายขาดได้ 100% แต่สามารถช่วยให้อาการปวดทุเลาลงได้ หรือป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดไมเกรนขึ้นได้ 

ในช่วงที่ผู้หญิงเรามีรอบเดือน วิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้ลงดลงได้ แบ่งเป็น 2 วิธี คือ

  1. วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวด 

โดยใช้เคมีที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดรอบเดือน เช่น ยาคุมกำเนิด (แบบเจล แบบกิน หรือแบบแปะ) ยาทริปแทน (Triptans) กลุ่มยา NSAIDs ที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ เป็นต้น โดยใช้วิธีรับประทานเป็นระยะเวลานานทุกวันต่อเนื่องกันจนอาการปวดหัวหายไป หรือจนกว่ารอบเดือนจะหมด หรือในช่วงก่อนที่รอบเดือนจะมาถึงประมาณ 3-7 วัน

  1. วิธีรักษาอาการปวดแบบเฉียบพลัน 

เป็นการช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการอย่างรวดเร็วที่สุด โดยอาจต้องใช้ยาเคมีหลายกลุ่มร่วมกัน หรือใช้ยาในปริมาณที่มากกว่าปกติ และต้องใช้อย่างอย่างเหมาะสม โดยเป็นยาที่ใช้ทานเมื่อมีอาการไมเกรน เช่น กลุ่มยา NSAIDs ที่ไม่มีสเตียรอยด์ หรือยาทริปแทน

ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจเลือกใช้การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดและควบคุมอาการปวดไมเกรนร่วมด้วย

แต่อย่าลืมนะคะ ว่าการป้องกันอาการปวดไมเกรนด้วยยาเคมีเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น 

ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันยังคงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยป้องกันและรักษาอาการปวดไมเกรนได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ การปรับสภาพจิตใจไม่ให้เกิดความเครียด การปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยการเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ 

เพียงเท่านี้ อาการปวดไมเกรนของสาวๆ ที่มีรอบเดือนก็จะลดลง ความเจ็บปวดอาจหายไป และมีความสุขในการใช้ชีวิตแบบผู้หญิงๆ มากขึ้นค่ะ

ข้อควรระวังเมื่อใช้ยาในช่วงมีรอบเดือน

การใช้ยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นส่วนผสมหรือกลุ่มยาคุมกำเนิด เพื่อบรรเทาอาการปวดไมเกรนในช่วงที่มีรอบเดือน มีข้อควรระวังในการใช้เช่นกัน โดยต้องทำการปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์การใช้ยาในปริมาณที่เหมาะสมหรือเลือกใช้ยาอย่างถูกต้อง

เนื่องจากยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นส่วนผสมหรือกลุ่มยาคุมกำเนิดมีโอกาสทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดสมองตีบหรือภาวะการอุดตันในหลอดเลือดดำได้ ยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนแบบมีอาการนำ (Migrine with Aura) รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดด้วย

นอกจากนี้ บางคนที่ใช้ยาเคมีเพื่อรักษาอาการปวดแบบเฉียบพลันไม่ได้ผล อาจมีอาการปวดนานถึง 4-72 ชั่วโมง และกลับมาเป็นซ้ำได้แม้ว่าจะหายจากอาการปวดแล้วก็ตาม

ควบคุมอาหารป้องกันการปวดไมเกรนในช่วงมีรอบเดือนได้

ป้องกันไมเกรนด้วยอาหาร

การป้องอาการปวดไมเกรนนอกเหนือจากการใช้ยาเคมีแล้ว การเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ที่เหมาะสมมีผลทำให้อาการปวดไมเกรนในช่วงมีรอบเดือนลดลงได้เช่นกัน 

โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระอย่างผักผลไม้นับเป็นตัวช่วยที่วิเศษมากค่ะ เนื่องจากเจ้าพวกผักผลไม้นี้มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งช่วยปรับความสมดุลภายในสมองและช่วยให้กล้ามเนื้อภายในสมองหดเกร็งตัวน้อยลง ทำให้อาการปวดไมเกรนลดลงตามไปด้วย 

นอกจากนี้ สาวๆ ยังควรงดอาหารประเภทไขมันสูงๆ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คาร์โบรไฮเดรตและน้ำตาล หรือขนมนมเนยหวานๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้เหมือนกันค่ะ เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้การไหลเวียนของเลือดทำงานหนักขึ้น อาการปวดไมเกรนก็อาจจะหนักมากขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม การรักษาไมเกรนด้วยวิธีทางการแพทย์แผนปัจจุบันแบบใช้ยาเคมียังคงเป็นวิธีการรักษาที่ปลายเหตุ เพราะสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้อาการไมเกรนเกิดขึ้นั้นมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราที่ผิดเพี้ยนมากจนเกินไป ทั้งการทำงานหนักอย่างหักโหม ขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ขาดสารอาหารที่ประโยชน์ 

ดังนั้น หากเราต้องการให้การรักษานั้นได้ผลอย่างดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องเริ่มรักษากันที่ต้นเหตุจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งอาจใช้วิธีการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เหมาะสม วางแผนการทำงานให้สอดคล้องกับการนอนหลับพักผ่อน หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรน หรืออาจใช้วิธีทางธรรมชาติบำบัด เช่น การนวดกดจุด เพื่อปรับสมดุลก็ได้ค่ะ

ครั้งหน้า เราจะพาทุกคนไปติดตามการรักษาไมเกรนด้วยวิธีการนวดกดจุดว่าดีอย่างไร รอติดตามกันต่อนะคะ