คนเป็นไมเกรนต้องรู้ เรื่องปวดหัวจาก “ไมเกรนทางการมองเห็น”
“ไมเกรนทางการมองเห็น” อาการนำที่คนไมเกรนต้องใส่ใจ เรื่องน่ารู้ “ไมเกรนทางการมองเห็น” เป็นอย่างไร?“ ไมเกรนทางการมองเห็น” ต้นตอก่อนปวดไมเกรนปวดหัวไมเกรน เกี่ยวข้องกับ “ไมเกรนทางการมองเห็น” ด้วยนะ

หลายๆ คนมักคิดว่า อาการปวดไมเกรนจะเกิดขึ้นแค่บริเวณศีรษะเท่านั้น เพราะว่ามันเกิดจากการขยายตัวและหดตัวที่ผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง แต่ที่จริงแล้วอาการปวดไมเกรนมีความซับซ้อนมากกว่านั้นค่ะ เพราะมันสามารถเกิดขึ้นกับอวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่อยู่รอบๆ หรือใกล้ๆ กับสมองของเรา อย่างเช่นที่บริเวณ “ดวงตา” ได้ด้วยค่ะ เกิดขึ้นได้ยังไงเหรอคะ ลองมาฟังทางนี้ค่ะ…
ไมเกรนทางการมองเห็นคืออะไร?

“ไมเกรนทางการมองเห็น” เป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยไมเกรนแบบมีอาการเตือน (Migraine with Aura) ซึ่งเกิดขึ้นมากถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียวค่ะ โดยผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็นไปชั่วระยะหนึ่ง แล้วอาการก็จะหายไปเอง
อาการไมเกรนทางการมองเห็น จะพบความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาทั้งสองข้าง และมีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าอยู่หลายอย่าง ได้แก่
- เกิดจุดบอดกะพริบอยู่บริเวณกลางลานสายตาหรือใกล้ๆ กับจุดศูนย์กลางของดวงตา
- จุดบอดสามารถเคลื่อนที่ไปทั่วลานสายตาของคุณได้
- เห็นวงแหวนซิกแซ็กหรือเป็นรอยหยึกหยักที่ขอบเส้น หรือรอบจุดบอด
ระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะเกิดความผิดปกติทางการมองเห็น จะเกิดขึ้นนานประมาณ 30 นาที หรือน้อยกว่านั้น หลังจากที่อาการบรรเทาลงแล้ว ผู้ป่วยจึงจะมีอาการปวดศีรษะตามมา แต่ก็ไม่ทุกคนค่ะ เพราะบางคนก็พบว่ามีเพียงแค่อาการไมเกรนทางการมองเห็นเท่านั้น แต่ไม่มีอาการปวดหัวไมเกรนตามมา
สังเกตความต่าง “ไมเกรนทางการมองเห็น” กับ “ไมเกรนทางตา”
จริงอยู่ค่ะว่า อาการปวดหัวไมเกรน ส่วนหนึ่งจะมีอาการผิดปกติทางตาร่วมด้วย ทั้งจากอาการไมเกรนทางการมองเห็น และอาการไมเกรนทางตา แต่สงสัยกันไหมคะว่า ทั้งสองอาการนี้แตกต่างกันอย่างไร?
อาการไมเกรนทางการมองเห็นจะมีลักษณะความผิดปกติที่เกิดขึ้นดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสามารถแยกแยะระหว่าง อาการไมเกรนทางการมองเห็น กับ อาการไมเกรนทางตาได้นั่นคือ
อาการไมเกรนทางการมองเห็นจะเกิดความผิดปกติขึ้นกับดวงตาทั้งสองข้างค่ะ แต่ในขณะที่อาการไมเกรนทางตาจะเกิดความผิดปกติขึ้นกับดวงตาเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้นค่ะ

นอกจากนี้ยังมีวิธีพิสูจน์ได้ชัดเจนขึ้นไปอีก คือ ให้เราลองเอามือปิดดวงตาข้างใดข้างหนึ่งดูก่อนค่ะ หากเรายังมองเห็นอยู่ด้วยตาเพียงข้างเดียว แสดงว่า เราเริ่มมีอาการไมเกรนทางตาขึ้น
ในทางกลับกัน หากปิดตาแล้วข้างหนึ่ง แต่ก็ยังพบว่า ดวงตาอีกข้างหนึ่งที่เปิดอยู่กลับมองไม่เห็น นั่นหมายความว่า เรากำลังมีอาการไมเกรนทางการมองเห็นค่ะ
ป้องกันอาการไมเกรนทางการมองเห็น ต้องทำอย่างไร?
อาการไมเกรนทางการมองเห็นเกิดขึ้นกับเราไม่นานค่ะ เพียงสักครู่หนึ่งก็จะหายไป แต่ทั้งนี้การป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นย่อมดีกว่า ทุกคนว่าจริงไหมคะ? ถ้าแบบนั้น เรามาป้องกันอาการดังกล่าวด้วยวิธีการง่ายๆ กันดีกว่าค่ะ

- หลีกเลี่ยงการอยู่ในแสงสว่างที่จ้ามากเกินไป เพราะแสงเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน และส่งผลให้สายตาของเราพร่ามัว ไม่สามารถสู้แสงได้ และยังทำลายสุขภาพดวงตาของเราด้วยค่ะ
- อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ อย่าอยู่ในที่มืดจนเกินไป หรือเพ่งมองหนังสือที่มีขนาดตัวอักษรเล็กๆ เป็นเวลานาน เพราะรู้ไว้เลยนะคะว่า การเพ่งใช้สายตาเป็นเวลานานๆ ยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการเมื่อยล้าหรือปวดที่รอบดวงตาได้ และอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางการมองเห็นขึ้น และนำไปสู่อาการปวดหัวไมเกรนตามมาได้ค่ะ

- สวมแว่นกันแดดหรือพกร่ม เมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีแสงแดดจ้า เพราะแสงแดดเป็นสิ่งเร้าอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สายตาของเราพร่ามัว แสบตา และกระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้
- เลิกใช้สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในขณะที่ปิดไฟหรือมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย เพราะคุณรู้ไหมคะว่า แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์เหล่านี้เป็นตัวการสำคัญเลยค่ะที่ทำให้อาการผิดปกติทางการมองเห็นรวมถึงทางตาเกิดขึ้นได้ง่ายมากที่สุด ดวงตาของเราต้องเพ่งมองและทำงานหนักมากขึ้น จนหลายๆ คนมักเกิดอาการมองภาพไม่ชัดไปชั่วขณะหนึ่ง บางรายเกิดอาการปวดตา และปวดหัวตามมาในที่สุด

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ และควรเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอด้วย
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายแล้ว ยังเป็นการพักสายตาที่ดีอีกด้วย
เห็นไหมคะ อาการไมเกรนทางการมองเห็น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และมีหลากหลายวิธีที่สามารถป้องกันได้ และอย่าลืมนะคะ ว่าเราต้องใส่ใจดูแลสุขภาพอยู่เสมอ โดยเฉพาะกับผู้ที่ป่วยเป็นไมเกรนอยู่แล้ว การถนอมสายตาและรักษาร่างกายให้แข็งแรง จะช่วยให้เราห่างไกลจากไมเกรนได้มากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยค่ะ



