Green Light Therapy รักษาไมเกรนด้วยแสง

“แสงสีเขียว” แนวทางการรักษาไมเกรนยุคใหม่

-“แสงสีเขียว” ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยไมเกรน ข่าวดีของชาวไมเกรน ใช้ “แสงสีเขียว” บำบัดได้ น่าทึ่ง “แสงสีเขียว” ลดไมเกรนลงได้ บำบัดไมเกรนด้วย “แสงสีเขียว” ทางเลือกใหม่ในการรักษา (Green Light Therapy) รักษาไมเกรนด้วยแสง

(Green Light Therapy)

อย่างที่เราก็รู้ๆ กันนะคะว่า แสงสว่างจ้าเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้อาการปวดไมเกรนกำเริบขึ้นมาได้ เราก็เลยมักจะหลีกเลี่ยงแสงพวกนี้กันหมด แต่ๆๆ เดี๋ยวก่อนค่ะ ไม่ใช่ทุกแสงนะคะที่จะส่งผลร้ายต่อผู้ป่วยไมเกรนเสมอไป เพราะวันนี้ได้มีการค้นพบวิธีรักษาไมเกรนด้วยแสงบำบัดแล้วค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไง มาฟังรวมกันตรงนี้เลย!

“แสงสีเขียว” คืออะไร?

แสงสีเขียว

ทุกๆ ครั้งที่เรามองภาพต่างๆ จะมีการรวมแสงไปตกกระทบที่ลูกตา หรือที่บริเวณเรตินาที่อยู่ด้านหลังของดวงตา แสงทั้งหมดจะสร้างสัญญาณไฟฟ้าขึ้นมาในจอเรตินาและสมอง โดยแสงแต่ละสีจะมีการส่งสัญญาณที่มากหรือน้อยแตกต่างกันไป

จากการศึกษาพบว่า แสงที่ส่งสัญญาณความรุนแรงต่อดวงตาน้อยที่สุดคือ แสงสีเขียว โดยเป็นแสงสีเขียวที่ได้จากหลอดไฟแบบพิเศษ
ที่มีความยาวคลื่นแคบกว่าหลอดไฟทั่วๆ ไป และมีการกรองแสงอื่นๆ ทั้งหมดออกแล้ว จึงไม่รบกวนผู้ที่มีอาการกลัวหรือแพ้แสงตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการนำแสงสีเขียวมาใช้เพื่อรักอาการปวดไมเกรนในทางการแพทย์แผนสมัยใหม่ โดยการใช้แสงที่มีคลื่นความยาวต่างกัน เพื่อใช้รักษาอาการเจ็บปวดจากไมเกรน ช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย และนอนหลับได้ง่ายขึ้น

บำบัดไมเกรนด้วยแสงสีเขียว

บำบัดไมเกรนด้วยแสงสีเขียว

นายแพทย์ Ibrahim ทำการวิจัยบำบัดการรักษาไมเกรนด้วยแสงสีเขียว โดยให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษานั่งอยู่ในห้องมืดๆ ที่มีเพียงแสงสีเขียวเป็นเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกันนาน 10 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมใดๆ เพื่อแก้เบื่อระหว่างรอได้ ยกเว้น การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทที่จะทำให้เกิดแสงสีอื่นรบกวนระหว่างทำการรักษา 

ผลปรากฏว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษามีอาการปวดไมเกรนลดลงถึง 60% หลายคนมีอาการปวดหัวไมเกรนลดลง และระดับความรุนแรงก็ลดลงด้วย

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยปวดศีรษะ Rami Burstein จาก Havard Medical School ว่า การใช้หลอดไฟแสงสีเขียวที่มีความยาวยาวคลื่นกว้างที่ 490-565 นาโนเมตร สามารถใช้รักษาอาการปวดหัว และอาการปวดศีรษะเรื้อรังได้ 

Burstein ยังวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกว่า การรักษาอาการปวดศีรษะน่าจะได้ผลดีมากยิ่งขึ้น หากใช้แสงสีเขียวที่มีความยาวคลื่นแคบลง อยู่ที่ประมาณ 510-530 นานโนเมตร 

บำบัดไมเกรนด้วยแสงสีเขียว

การบำบัดไมเกรนด้วยแสงสีเขียวยังถูกศึกษาเพิ่มเติมโดยศาสตราจารย์ Rodrigo Noseda จากโรงเรียนแพทย์ฮาวาร์ดในบอสตัน เขาได้ทดลองให้ผู้ป่วยไมเกรนได้รับแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันถึง 41 ช่วง และใช้แสงสีแดง สีเหลือง และสีเขียวสลับกัน 

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลอง คือผู้ป่วยกว่า 80% มีอาการปวดศีรษะและรู้สึกถูกรบกวนจากแสงสีแดงและสีเหลืองมากกว่า ในขณะที่อีก 20% กล่าวว่าแสงสีเขียวไม่เพิ่มความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ และมันยังช่วยลดอาการปวดหัวลงด้วย

อาจจกล่าวได้ว่า การบำบัดรักษาอาการไมเกรนด้วยแสงสีเขียว ได้ผลการรักษาที่ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรง มีเพียงแค่อาการปวดตาบ้างในขณะที่อยู่กับแสง 

แต่อย่างไรก็ตาม การบำบัดรักษาอาการปวดไมเกรนด้วยแสงสีเขียวยังคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปให้มากขึ้น แต่ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยไมเกรนมีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี แต่การที่เราจะเข้ารับการรักษาโดยใช้คลื่นความยาวแสงสีเขียวที่เหมาะสมอาจจะยังไม่สะดวกมากนักสำหรับผู้ป่วยบางคน 

บำบัดไมเกรนด้วยแสงสีเขียว

วิธีการหนึ่งที่เราสามารถใช้ทดแทน และเชื่อว่าได้ผลดีไม่แพ้กัน คือ การออกไปสัมผัสกับสีเขียวในธรรมชาติ พักสายตาเมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการปวดศีรษะ มองต้นไม้ใบหญ้า ก็ช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ลดอาการปวดไมเกรนลงได้ค่ะ 

แต่ทั้งนี้อย่าไปจ้องมองสีเขียวสะท้อนแสงนะคะ เพราะอาจจะปวดหัวหนักกว่าเดิมได้ค่ะ…