ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ตัวช่วยแก้ไมเกรน

-สุดยอดวิตามิน “ไรโบฟลาวิน” (Riboflavin) แก้ปวดไมเกรน-ปวดไมเกรนไม่หาย ทาน “ไรโบฟลาวิน” (Riboflavin) ช่วยคุณได้นะ-เสริม “ไรโบฟลาวิน” (Riboflavin) ป้องกันไมเกรน-น่ารู้ วิตามิน “ไรโบฟลาวิน” (Riboflavin) แก้ไมเกรนได้
วิตามิน เป็นแร่ธาตุอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ จัดเป็นสารอาหารที่ร่างกายมีความต้องการ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคภัยต่างๆ ให้ตัวเรา รวมไปถึงโรคปวดศีรษะจากไมเกรนด้วย
ครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับวิตามินชนิดหนึ่ง ที่มีผลการวิจัยว่า ช่วยแก้อาการปวดไมเกรนได้ นั่นคือ “ไรโบฟลาวิน” (Riboflavin) ค่ะ…
รู้จัก “ไรโบฟลาวิน” (Riboflavin) กันสักนิด

ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วิตามินบี 2 (Vitamin B2) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ที่มีส่วนช่วยต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย มีความจำเป็นต่อการสร้างเอนไซม์ รวมถึงกระบวนการเมตาบอลิซึมสารอาหารต่างๆ ในร่างกายด้วย
นอกจากนี้ ไรโบฟลาวินยังมีความเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเด็กทารกขณะอยู่ในครรภ์มารดา ช่วยให้ร่างกายมีการลำเลียงสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ได้ตามปกติ ผลิต Corticosteroids ซึ่งเป็นฮอร์โมนของ Adrenal Cortex ที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร และควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ ช่วยบำรุงระบบประสาทและผิวหนัง บำรุงสายตา และทำหน้าที่ในการคงสภาพของเม็ดเลือดแดง
ไรโบฟลาวิน มีผลต่ออาการปวดไมเกรนอย่างไร?

มีการศึกษาพบว่าสาเหตุหลักส่วนหนึ่งของโรคไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายหรือที่เรียกว่าระบบเมตาบอลิซึม เมื่อการดูดซึมสารอาหารที่ไม่ดีพอ ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง และก่อให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนตามมานั่นเองค่ะ
ไรโบฟลาวินจะเข้าไปช่วยเสริมสร้างกระบวนการเมตาบอลิซึมหรือระบบดูดซึมสารอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีเพียงพอ เลือดไปเลี้ยงระบบประสาทและสมองได้เต็มที่ ก็มีส่วนช่วยลดอาการปวดไมเกรนลงได้
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเกี่ยวกับวิตามินและสารอาหารระบุว่า การรับประทานไรโบฟลาวินอย่างเพียงพอเป็นประจำ ช่วยลดระยะเวลาและความถี่ของอาการปวดไมเกรนได้

โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอาการปวดไมเกรนในช่วงมีรอบเดือนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ควรรับประทานไรโบฟลาวินเป็นประจำ เนื่องจากมีการศึกษามาแล้วว่า ไรโบฟลาวินช่วยลดอาการปวดไมเกรนในระหว่างที่มีรอบเดือนลงได้ถึงร้อยละ 50 เลยทีเดียว
ไม่เพียงเท่านี้ยังพบคุณสมบัติเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ไรโบฟลาวินช่วยเสริมสร้างให้สมองทนต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้น เพราะว่าไมเกรนเป็นโรคที่สามารถถูกกระตุ้นได้ง่ายจากปัจจัยสิ่งเร้าต่างๆที่มากระทบกับร่างกายของเรา หรือสมองของเราค่ะ
ดังนั้นการเสริมไรโบฟลาวิน ก็จะช่วยให้เราต้านทานต่อสิ่งเร้าเหล่านี้ได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ
กิน “ไรโบฟลาวิน” ต้านไมเกรนได้จริงไหม?

การทานไรโบฟลาวินสามารถช่วยในผู้ป่วยไมเกรนได้จริง แต่ก็ไม่ทุกคนนะคะ เพราะว่าถ้าบางคนไม่ได้ขาดสารอาหารตัวนี้ ถึงบำรุงเสริมเข้าไปก็จะไม่มีผลค่ะ ดังนั้นประสิทธิภาพการเห็นผลที่ดีขึ้นชัดมักจะพบในผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารกลุ่มนี้เท่านั้นค่ะ
บำรุงเสริมไรโบฟลาวินยังไงดี?
การรับประทานไรโบฟลาวินเป็นประจำอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสม โดยปกติ หากเราต้องการรับประทานไรโบฟลาวินเพื่อป้องกันอาการปวดไมเกรน ควรรับประทานให้ได้วันละประมาณ 400 มิลลิกรัม

ซึ่งแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่พบว่ามีวิตามินไรโบฟลาวินอยู่ คือ อาหารประเภทผักใบเขียว ถั่ว มันฝรั่ง แคนตาลูป ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ไข่ หรือนม
และนอกจากนั้นยังสามารถหาทานได้แบบวิตามินสังเคราะห์เป็นเม็ดอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามแนะนำรับประทานไรโบฟลาวินแบบเชิงเดี่ยว คือไม่ใช่ทานแบบ
วิตามินบีรวม เพราะว่าอาจทำให้ได้รับไรโบฟลาวินเพียงเล็กน้อยในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการช่วยไมเกรนได้ค่ะ

ยกเว้นในกรณีที่ผู้ป่วยอยากทานวิตามินบีรวมเสริมด้วย แนะนำสามารถทานเป็นแบบรวมได้ค่ะ เพราะวิตามินบีรวมก็มีประโยชน์ต่างกันออกไปค่ะ
แต่อย่างไรก็ตาม ในทุกๆคน เราขอแนะนำให้ทุกคนรับประทานไรโบฟลาวินที่หาได้จากอาหารในธรรมชาติเป็นหลักร่วมด้วย เช่น ถั่ว ผักใบเขียว ก็จะได้แบบธรรมชาติดีที่สุดค่ะ
ที่สำคัญ ผู้ป่วยควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ไม่อดนอน รวมถึงเลือกใช้วิธีการรักษาธรรมชาติบำบัด เช่น การนวดกดจุด การบริหารร่างกายเบื้องต้น เล่นโยคะ หรือการฝังเข็ม ก็จะช่วยลดอาการไมเกรนลงได้ค่ะ



