ศึกษาผลลัพธ์-“แมกนีเซียม”-(Magnesium)-ใช้รักษาไมเกรนได้จริงหรือไม่

ศึกษาผลลัพธ์ “แมกนีเซียม” (Magnesium) ใช้รักษาไมเกรนได้จริงหรือไม่?

แพทย์แผนปัจจุบัน

– แพทย์แผนปัจจุบันยืนยัน “แมกนีเซียม” (Magnesium) ใช้รักษาไมเกรนได้จริง น่ารู้ “แมกนีเซียม” (Magnesium) รักษาไมเกรนได้จริงหรือ? “แมกนีเซียม” (Magnesium) ปลอดภัย ใช้รักษาไมเกรนได้จริง
หรือไม่ ?

ในทางแพทย์แผนปัจจุบันมีการนำแมกนีเซียมมาทดลองใช้กับผู้ป่วยไมเกรนแล้ว เนื่องจากว่าได้มีการทดลองทั้งในสัตว์ทดลองและจากการทดลองในหลอดแก้ว ผลปรากฏว่า แมกนีเซียมมีความสามารถในการยับยั้งกระบวนการที่ก่อให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้จริง

เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยยาเคมีแล้ว ปรากฏว่า การรักษาด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียมได้ผลดีพอๆ กัน อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า และประหยัดได้มากกว่าด้วย ซึ่งวันนี้เรามาดูข้อมูลยืนยันการรักษาที่ได้ผลจริงกับผู้ป่วยไมเกรนมาให้พิจารณากันค่ะ 

ไพเคิร์ท แพทย์ศูนย์ประสาทวิทยา (ประเทศเยอรมนี )
ทดลองใช้แมกนีเซียมลดอาการปวดไมเกรนได้ถึง 40% 

ทดลองใช้แมกนีเซียม

ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี นายแพทย์ไพเคิร์ทจากศูนย์ประสาทวิทยา ได้ทดลองให้ผู้ป่วยไมเกรนอายุระหว่าง 18-65 ปี จำนวน 81 ราย รับประทานแมกนีเซียมนานต่อเนื่อง 12 อาทิตย์ โดยให้รับประทานวันละ 600 มิลลิกรัม ผลปรากฏว่าผู้ป่วยไมเกรนมีจำนวนวันที่ปวดไมเกรนลดลง และในระยะอาทิตย์ที่ 9-12 ผู้ป่วยไมเกรนมีความถี่ในการปวดหัวน้อยลงถึงร้อยละ 41.6 เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า แมกนีเซียมมีความสัมพันธ์กับอาการปวดไมเกรน คือ การตรวจพบว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนมีปริมาณแมกนีเซียมในเลือดค่อนข้างต่ำกว่าปกติ และยังพบว่า แมกนีเซียมมีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดศรีษะในกลุ่มผู้หญิงที่มักปวดไมเกรนในช่วงมีรอบเดือนได้ด้วย

มัสคอป แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปวดศีรษะ
ค้นพบแมกนีเซียมลดปวดไมเกรนได้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ การทดลองดังกล่าวยังพบในประเทศสหรัฐอมเริกา โดยนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยโรคปวดศีรษะในนิวยอร์ก ชื่อนายแพทย์มัสคอป ได้ทดลองกับผู้ป่วยที่มีอาการปวดไมเกรนแบบเฉียบพลัน โดยให้ผู้ป่วยรับประทานแมกนีเซียมทันทีที่เริ่มมีอาการปวดในปริมาณ 1 กรัม ในผู้ป่วยจำนวน 40 คน 

ผลปรากฏว่ามีผู้ป่วยจำนวน 35 ราย มีอาการปวดลดลงภายใน 15 นาที ถึงร้อยละ 50 และจาก 35 รายนี้ มีจำนวน 21 คน หายจากอาการปวดไมเกรนภายใน 24 ชั่วโมง คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 86 ทั้งนี้การรักษาดังกล่าวมีข้อบ่งใช้ว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตรุนแรงไม่ควรรับประทาน และผู้ป่วยที่มีอาการปวดไมเกรนควรรับประทานไม่เกินวันละ 2 มิลลิกรัม

จากผลการทดลองดังกล่าว นายแพทย์มัสคอปยังกล่าวว่า “ปัจจุบันแมกนีเซียมเป็นที่ยอมรับมากขึ้นว่าสามารถใช้รักษาไมเกรนได้ทั้งในแง่ของการรักษาแบบเฉียบพลัน และเพื่อบรรเทาอาการปวดให้ลดลง  รวมถึงการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอาการปวดขึ้น”

The Journal of Headache and Pain เผย “แมกนีเซียม”
ช่วยลดปวดไมเกรนได้

ช่วยลดปวดไมเกรนได้

เมื่อปี 2015 วารสารทางการแพทย์ชื่อดังอย่าง The Journal of Headache and Pain ได้เปิดเผยผลการรักษาอาการปวดไมเกรนด้วยการรับประทานแมกนีเซียม โดยเป็นการทดลองกับผู้ป่วยไมเกรนที่มีอาการปวดถี่ๆ มากกว่า 3 ครั้งต่อเดือน จำนวน 130 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้การรักษาด้วยแร่ะาตุแมกนีเซียมในรูปแบบของอาหารเสริม ร่วมกับ แร่ธาตุ
Co-enzyme Q10 และ Riboflavin ส่วนกลุ่มที่สองใช้อาหารเสริมหลอกที่ไม่มีแร่ธาตุใดๆ ผสมอยู่

ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งกลุ่มที่รับประทานแร่ธาตุจริงในรูปแบบอาหารเสริม และกลุ่มที่รับประทานแร่ธาตุหลอก ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน และมีการติดตามผลอีก 4 สัปดาห์ต่อมา พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับแร่ธาตุแมกนีเซียมเสริมของจริง มีอาการปวดที่ลดลงทั้งในแง่ของความถี่และระดับความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ได้รับอาหารเสริมหลอก

ความแตกต่างระหว่างการใช้แมกนีเซียมกับยาเคมีรักษาไมเกรน

การฉีด

จากผลการทดลองทั้งหลายที่กล่าวมายังชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการใช้แมกนีเซียมในการรักษาว่า นอกจากจะได้ผลดีเทียบเท่า ช่วยลดการใช้ยาเคมีไม่ว่าจะโดยการรับประทานหรือการฉีดเกินความจำเป็น มีราคาที่ย่อมเยากว่า แถมยังมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่าอีกด้วย 

เพราะแมกนีเซียมมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยกับผู้ป่วย คือ อาจจมีอาการถ่ายเหลวหรือท้องเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยสัดส่วนที่ค้นพบคิดเป็นร้อยละ 5 – 45.7 ซึ่งเกิดจากการทานแมกนีเซียมประมาณ 300-600 มิลลิกรัมต่อวัน 

นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว จึงสามารถรับประทานได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน แต่อาจมีข้อห้ามในการใช้รักษากับผู้ที่มีอาการป่วยบางโรคหรือข้อห้ามใช้ร่วมกับยาบางประเภทที่ผู้ใช้ต้องระมัดระวัง และทำการปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

หากเปรียบเทียบกับกลุ่มยาเคมีที่ใช้รักษาอาการปวดไมเกรนโดยตรง เช่น กลุ่มยาทริปแทน (Tryptan) ที่ผู้ป่วยอาจมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาตามมา เช่น ปากแห้ง ปวดท้อง ง่วงซึม รู้สึกอยากอาเจียน คลื่นไส้ บางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอก หรืออึดอัดที่บริเวณลำคอ 

ยา

หรือผู้ป่วยที่ใช้กลุ่มยาขยายหลอดเลือดหรือยากันชัก มีผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัด คือ ง่วงซึม เหนื่อย อ่อนเพลีย บางรายมีอาการตาพร่ามัว รู้เวียนหัว คลื่นไส้ อยากอ้วกอาเจียน เป็นต้น 

นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาเออร์โกทามีน (Ergotamine) เพื่อรักษาอาการไมเกรน อาจเกิดภาวะเนื้อตายเนื่องจากการหดรัดตัวของหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถถูกส่งลำเลียงไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีหลายเสียงยืนยันถึงการรักษาไมเกรนโดยการใช้แมกนีเซียมว่าได้ผลจริง ทั้งในแง่ของการยับยั้งอาการ และลดความถี่กับระดับความรุนแรงของอาการปวดลงได้ แต่ก็มีงานวิจัยบางชิ้นที่กล่าวว่า ไม่พบความแตกต่างของผลการรักษาระหว่างการใช้ยาเคมีและแร่ธาตุแมกนีเซียมในการรักษาไมเกรน

บทสรุป แมกนีเซียมใช้รักษาไมเกรนได้จริงหรือไม่?

บทสรุป แมกนีเซียมใช้รักษาไมเกรนได้จริงหรือไม่?

มาถึงตรงนี้ เราคงได้คำตอบแล้วใช่ไหมคะว่า แมกนีเซียม สามารถใช้รักษาไมเกรนได้จริงหรือเปล่า?

คำตอบคือ ใช้รักษาได้จริงในผู้ป่วยบางคนค่ะ ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง โรคประจำตัวหรือโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเป็นอยู่ รวมถึงระดับความรุนแรงของอาการปวดไมเกรนที่เป็นอยู่ด้วยค่ะ


เพราะจากผลการทดลองกับผู้ป่วยไมเกรนแล้ว มีผลการรักษาที่ยืนยันว่าได้ผลจริง แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายงานเช่นกันว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างการใช้ยาเคมีกับแมกนีเซียม ผลการรักษาออกมามีประสิทธิภาพเท่ากันค่ะ

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ชาวไมเกรนลองพิจารณาดูนะคะว่า จะเลือกใช้วิธีใดในการรักษา โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด 

แต่ทั้งนี้ การรักษาใดๆ ก็ยังไม่อาจทำให้โรคไมเกรนหายขาดไปจากเราได้ เท่าวิธีการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัดนะคะ เพราะเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ ช่วยยับยั้งอาการไมเกรนได้อย่างตรงจุด และได้ผลดีมากกว่าด้วยค่ะ…

อ่านบทความเพิ่มเติม รู้จัก “แมกนีเซียม” (Magnesium) แก้ปวดไมเกรน, มัดรวมอาหารจากธรรมชาติมีแมกนีเซียม ช่วยต้านไมเกรน