“ขิง” สมุนไพรไทยใช้รักษาไมเกรนได้นะ
ขิง สุดยอดสมุนไพร ช่วยลดปวดไมเกรน-มากิน “ขิง” แก้ไมเกรนกันเถอะ

เมื่อเอ่ยถึง “ขิง” หลายคนมักนึกถึงความเผ็ดร้อนที่เป็นรสชาติหลักของมัน อาจดื่มยากและไม่ที่เป็นถูกปาก ถูกใจนัก แต่สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรนนั้น อาจต้องคิดใหม่ เพราะความเผ็ดร้อนที่มาจากขิงนี่แหละค่ะ สามารถใช้รักษาโรคไมเกรนที่คุณเป็นอยู่ได้ ถ้าไม่เชื่อ ลองมาดูสรรพคุณของ “ขิง” กันค่ะ
ขิงเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ร้อน มีสรรพคุณช่วยขับลม ขับเหงื่อ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร บางคนเมื่อมีการไข้ หนาวสั่น ก็มักดื่มน้ำขิงเพื่อบรรเทาอาการ และทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
ไม่เพียงเท่านี้ ขิง ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด เช่น คาร์โบรไฮเดรต ไขมัน วิตามินเอ แคลเซียม และอื่นๆ มากมาย ช่วยให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
นอกเหนือจากสรรพคุณที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีการศึกษาจากต่างประเทศที่แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า สมุนไพรบ้านๆ ที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไปอย่างขิง จะมีความพิเศษเพิ่มขึ้นมา นั่นคือ มีคนนำขิงมาใช้ในการรักษาไมเกรน!!!
ทำไม “ขิง” ถึงใช้รักษาไมเกรนได้ล่ะ?

จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า สาเหตุที่ขิงมีสรรพคุณในการใช้รักษาไมเกรนได้นั้น เป็นเพราะมันมีฤทธิ์ที่ช่วยลดอาการปวดหรืออักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกายได้ ซึ่งอาการปวดไมเกรนนั้นก็เป็นโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการปวดหรืออักเสบของอวัยวะบริเวณภายในหรือภายนอกกะโหลกศีรษะ และทำให้เกิดอาการปวดขึ้นมา
นอกจากนี้ ขิงยังมีฤทธิ์ช่วยลดการสร้างสารพรอสตาแกลนดิน (Prostiglandins) ที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บปวดหรืออักเสบอีกด้วย จึงเป็นที่มาว่า ทำไม “ขิง” ถึงช่วยบรรเทาไมเกรนได้นั่นเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ขิงยังช่วยลดอาการร่วมที่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยไมเกรนได้ด้วย เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ้วกอาเจียน เบื่ออาหาร เป็นต้น
เชื่อไหมว่ามีวิจัย “ขิง” ให้ผลการรักษาเทียบเท่ายาแพทย์แผนปัจจุบัน

เป็นเรื่องจริงค่ะ เนื่องจากว่ามีการศึกษาและวิจัยมาแล้วในต่างประเทศ ที่โรงพยาบาลในประเทศอิหร่าน แผนกประสาทวิทยา ที่ได้ทำการรักษาผู้ป่วยไมเกรน 2 กลุ่ม ที่มีอาการปวดไมเกรนมาเป็นเวลากว่า 7 ปี และมีอาการปวดไมเกรนมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน
การรักษาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใช้วิธีการรักษาโดยทาน “แคปซูลขิง ขนาด 250 มิลลิกรัม” และกลุ่มที่สองเลือกใช้ยาแพทย์แผนปัจจุบัน “ซูมาทริปแทน ขนาด 50 มิลลิกรัม” เมื่อมีอาการปวดไมเกรน
จากการศึกษาทดลองรักษาทั้ง 2 วิธี ผลปรากฏว่า กลุ่มผู้ป่วยไมเกรนที่ทานแคปซูลขิงมีอาการปวดลดลงเทียบเท่ากับกลุ่มที่ใช้ยาซูมาทริปแทนโดยอาการปวดไมเกรนลดลงถึง 60% ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากที่รับประทานยาเข้าไป โอ้โห…ลดลงเกินครึ่งเลยนะคะ
ที่ดีไปกว่านั้น คือ การใช้แคปซูลขิงในการรักษา ยังไม่พบอาการข้างเคียงจากการรับประทานยา ในขณะที่การใช้ยาซูมาทริปแทนนัั้น ทำให้ผู้ป่วยไมเกรนเกิดอาการแสบร้อนที่บริเวณหน้าอก และง่วงนอน
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ตื่นเช้ามา ลองชงน้ำขิงร้อนๆ ทานกันสักแก้ว หรือก่อนเข้านอน จิบน้ำขิงอุ่นๆ ดู หรือถ้าใครชอบทานขิงสด อาจนำขิงมาฝานบางๆ แล้วคั้นน้ำสดๆ นำผสมกับน้ำอุ่นก็ได้เหมือนกันอาจจะทานเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเลือกทานเฉพาะเวลาที่มีอาการปวดไมเกรนก็ได้ค่ะ
เพียงเท่านี้ อาการปวดไมเกรนที่เคยเป็นอยู่ก็จะบรรเทาลงได้ และช่วยให้การพักผ่อนนอนหลับสบายมากขึ้นด้วยค่ะ
ข้อระวัง
แต่ในดีย่อมมีเสีย การรับประทานขิงมีข้อควรระวังด้วยว่า ไม่ควรรับประทานเกิน 5 กรัมต่อวัน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีมีอาการของโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนร่วมด้วย หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
รวมถึงผู้ที่มีอาการแสบร้อนในระบบทางเดินอาหาร ควรรับประทานของหลังอาหารทันที และควรระมัดระวังการรับประทานขิงร่วมกับตัวยากลุ่ม Anticoagulant รวมถึงผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป
……………………
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าสมุนไพรที่หาได้ง่ายมากๆ ในบ้านเราอย่าง “ขิง” จะมีประโยชน์มากขนาดนี้ เป็นข่าวดีมากๆ สำหรับผู้ป่วยไมเกรนที่อาจเลือกใช้เป็นตัวเลือกในการรักษาหรือช่วยรักษา ซึ่งนอกจากจะได้ผลดี ไม่ผลข้างเคียงแล้ว ราคาก็ไม่ได้แพงด้วยค่ะ เรียกว่า “ขิง” โดยที่ไม่ต้องขิงใส่เลยค่ะ



